12-02-2025
เวลาในการอ่าน: 5 นาที
12-02-2025
เวลาในการอ่าน: 5 นาที

วิกฤตพลาสติก ตั้งแต่ขยะทะเลชิ้นใหญ่ ไปจนถึงไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร และนาโนพลาสติกที่เล็กยิ่งกว่า กำลังคุกคามระบบนิเวศที่เราทุกคนใช้ร่วมกัน Great Pacific Garbage Patch เพียงแห่งเดียวมีขนาดใหญ่กว่า ประเทศฝรั่งเศสถึงสามเท่า
ในขณะเดียวกัน มีไมโครพลาสติกที่มองไม่เห็นกว่า 10 ล้านล้านชิ้น ไหลลงสู่มหาสมุทรและแหล่งน้ำทั่วโลกทุกปี สะสมอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ ผ่านน้ำดื่ม ห่วงโซ่อาหาร และแม้กระทั่งอากาศที่เราหายใจ จนกลายเป็นภัยคุกคามด้านพิษวิทยาที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง
ปะการัง ซึ่งเป็นสปีชีส์สำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ถูกขนานนามว่าเป็น “ป่าฝนแห่งท้องทะเล” แม้จะครอบคลุมพื้นที่เพียงหนึ่งในพันของมหาสมุทรทั้งหมด แต่กลับเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทางทะเลถึงหนึ่งในสี่ของทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ภาวะโลกร้อนเท่านั้นที่คุกคามการอยู่รอดของพวกมัน มลพิษพลาสติกในทะเลก็เป็นตัวการสำคัญเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์ได้สำรวจปะการังจำนวน 124,884 โคโลนี และประเมินว่า ภายในปี 2025 จะมีเศษพลาสติกมากกว่า 15.5 พันล้านชิ้น พันติดอยู่ในแนวปะการังในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก
เศษพลาสติกขนาดใหญ่ เช่น อวนและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้ง รวมถึงขวดพลาสติก สามารถขูด ขีดข่วน หรือทำให้แนวปะการังแตกหัก ก่อให้เกิดบาดแผลหรือความเสียหายเชิงโครงสร้าง เมื่อถุงพลาสติกปกคลุมปะการัง มันไม่เพียงขวางการสังเคราะห์แสง แต่ยังอาจทำให้ปะการังขาดอากาศและตายในที่สุด ไมโครพลาสติกและสารพิษที่มันปล่อยออกมา ยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของปะการัง และเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ถึง 22 เท่า ซึ่งรวมถึงภาวะปะการังฟอกขาว โรคปะการังแถบดำ และโรคแถบกัดเซาะโครงสร้างปะการัง
เพื่อตอบรับวิกฤตพลาสติกที่กำลังคุกคามท้องทะเล RHINOSHIELD ได้ยึดการปกป้องระบบนิเวศทางทะเลเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของเรา ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เราได้พัฒนาโซลูชันการจัดการพลาสติกแบบครบวงจร เรากำลังสำรวจ 3 เส้นทางที่แตกต่างกัน เพื่อรับมือกับพลาสติกจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ทุกปีมีขยะพลาสติกกว่า 12.7 ล้านตัน ไหลลงสู่มหาสมุทรของเรา และประมาณ 80% ของพลาสติกที่ลอยน้ำเหล่านี้จะถูกพัดขึ้นฝั่งภายในหนึ่งเดือน หากไม่ได้รับการเก็บกู้ มันจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ สลายตัวกลายเป็นไมโครพลาสติกในที่สุด RHINOSHIELD มุ่งพัฒนาโซลูชันการทำความสะอาดทะเลแบบครบวงจร โดยเริ่มจาก แพลตฟอร์มกรองขยะทะเล CircularBlue™ เพื่อรับมือกับมลพิษพลาสติกตามแนวชายฝั่งอย่างจริงจัง
ทีมงานนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและวิศวกรของเราได้ออกแบบ CircularBlue™ ให้เป็นแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ ขับเคลื่อนด้วย AI และใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โปรโตไทป์แรกได้เข้าสู่การทดสอบในปี 2025 มันทำงานเสมือน “หุ่นยนต์ดูดฝุ่นประจำมหาสมุทร” โดยใช้โมดูลหลัก 3 ส่วน เพื่อทำงานได้ทั้งในโหมด Active และ Passive โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถขยายการใช้งานได้ในวงกว้างและกำจัดขยะทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แพลตฟอร์มลอยน้ำ (Floating Platform): แพลตฟอร์มพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ความต่างของแรงดันจากกระแสน้ำในการนำพาขยะเข้าสู่พื้นที่เก็บรวบรวม ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดรน AI ลาดตระเวน (Scout Drone): โดรนลาดตระเวนที่มาพร้อมระบบตรวจจับขยะทะเลด้วย AI สามารถบินสำรวจอัตโนมัติ ตรวจพบ และระบุตำแหน่งของขยะลอยน้ำได้ทันที พร้อมส่งรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์
เรือผิวน้ำ (Surface Vessel): เมื่อได้รับสัญญาณตำแหน่งจากโดรน เรือผิวน้ำลำนี้จะเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อเก็บกู้ขยะทะเล ทำงานเสริมกับระบบเก็บขยะแบบพาสซีฟของแพลตฟอร์มลอยน้ำ
นอกจากการใช้ CircularBlue™ เพื่อเก็บกู้พลาสติกตามแนวชายฝั่งแล้ว เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Sungai Watch และ Liuqiu Dive ในการทำความสะอาดใต้น้ำและบริเวณปากแม่น้ำอีกด้วย โครงการเหล่านี้มุ่งกำจัดขยะพลาสติกที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะขยะที่พันติดแนวปะการังหรือดักจับสิ่งมีชีวิตในทะเล นอกจากนี้เรายังนำอวนประมงที่ถูกทิ้งมาผลิตซ้ำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สายคล้อง และสายนาฬิกา เพื่อให้วัสดุเหล่านี้ได้ถูกใช้งานอีกครั้งแทนการกลายเป็นขยะ
นอกจากการเก็บกู้ขยะพลาสติกที่หลงเหลืออยู่ในสิ่งแวดล้อมแล้ว RHINOSHIELD ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันขยะทะเลตั้งแต่ต้นทางด้วย ตั้งแต่ปี 2015 เราได้พัฒนา ระบบนิเวศวงจรหมุนเวียน RHINO LOOP ซึ่งยึดตามหลักการสำคัญ 3 ข้อ ที่ทำให้เคสของเราสามารถถูกรีไซเคิลและเกิดใหม่ได้อีกครั้ง แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันไม่ให้พลาสติกหลุดรอดสู่ธรรมชาติหลังการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความต้องการใช้พลาสติกใหม่ ด้วยการให้ความสำคัญกับวัสดุรีไซเคิลเป็นอันดับแรก
ดีไซน์ด้วยวัสดุชนิดเดียว: ทุกปีมีการผลิตเคสโทรศัพท์มากกว่า 1 พันล้านชิ้น แต่ 99% ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด RHINOSHIELD จึงเลือกใช้การออกแบบแบบโมโนแมททีเรียล และแบบโมดูลาร์ ทำให้กระบวนการรีไซเคิลง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และยังคงคุณภาพของวัสดุรีไซเคิลได้ดีเยี่ยม
เคสโทรศัพท์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดทำจากวัสดุหลายชนิด กรอบเป็นวัสดุหนึ่ง แผ่นหลังเป็นอีกวัสดุหนึ่ง แถมยังมีวัสดุตกแต่งอื่น ๆ เพิ่มเข้ามา พร้อมกาวยึดที่แข็งแรงมาก ทำให้ไม่สามารถแยกส่วน คัดแยก หรือรีไซเคิลได้ เมื่อวัสดุต่างชนิดถูกผสมเข้าด้วยกัน ก็ยิ่งทำให้เกิดการเสื่อมคุณภาพของวัสดุ ส่งผลให้การรีไซเคิลทำได้ยาก หรือทำไม่ได้เลย
เทคโนโลยีวัสดุหมุนเวียน: ด้วยรากฐานจากห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ RHINOSHIELD ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ในการสร้างโซลูชันแบบวัสดุเดียวที่มอบทั้งความทนทาน ความสวยงาม และฟังก์ชันการใช้งานในหนึ่งเดียว ด้วยความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมวัสดุ เราได้พัฒนาเทคโนโลยี ShockSpread™ ECO ซึ่งสามารถรีไซเคิลได้มากกว่า 6 รอบ ช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุอย่างมหาศาล และลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครือข่ายรีไซเคิลทั่วโลก: นอกเหนือจากร้าน RHINOSHIELD เองแล้ว เรายังร่วมมือกับ FamilyMart กว่า 4,000 สาขา, Return Helper, และตัวแทนจำหน่ายหลายราย เพื่อจัดวางถังรับรีไซเคิลและบริการส่งคืนผลิตภัณฑ์ทางไปรษณีย์ในหลายประเทศ และเรายังพัฒนาระบบ “Circular Record” เพื่อบันทึกและติดตามเส้นทางการหมุนเวียนของเคสแต่ละชิ้นในทุกขั้นตอน ช่วยให้เราสามารถปรับปรุงระบบจัดการพลาสติกของเราได้อย่างต่อเนื่องและโปร่งใส
ในขณะเดียวกัน RHINOSHIELD ยังได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล โดยร่วมมือกับห้องวิจัยวัสดุศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อค้นคว้าวัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่สามารถทดแทนพลาสติกแบบดั้งเดิมได้ และยังคง สอดคล้องกับวัฏจักรชีวิตตามธรรมชาติ อย่างแท้จริง
RHINOSHIELD จะเดินหน้าพัฒนาทั้งสามเส้นทางของการจัดการพลาสติกอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายสูงสุดของเราคือการมุ่งสู่ ขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) และ ความเป็นกลางทางพลาสติก (Plastic Neutrality) เริ่มต้นจากการปกป้องอุปกรณ์ของคุณ และขยายไปสู่การปกป้องโลกใบนี้ที่เราทุกคนมีร่วมกัน