ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
iphone หายตามยังไง

iPhone หายอย่าตกใจ! ทริคค้นหาไอโฟนหายที่สาวก Apple ไม่ควรพลาด

2025/10/07
การค้นหาไอโฟนหายง่ายขึ้นเมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์ Find My ล่วงหน้า ยิ่งถ้ารู้วิธีตามหาโทรศัพท์หาย iPhone และตามหาไอโฟนหายปิดเครื่อง ช่วยเพิ่มโอกาสได้ไอโฟนหายคืนเร็วขึ้น
อ่านเพิ่มเติม
วงแหวน MagSafe

เคสชาร์จ MagSafe นวัตกรรมการชาร์จตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

2025/08/08
เคสชาร์จ MagSafe นวัตกรรมที่ทำให้คุณสะดวกขึ้น ชวนรู้จักว่าเคส MagSafe คืออะไร เคส MagSafe ช่วยอะไร พร้อมแนะนำอุปกรณ์ที่ใช้กับ MagSafe และเคสแบตสํารอง iPhone ได้
อ่านเพิ่มเติม
ไอโฟน11เปิดตัวปีไหน สีสันสดใส

ไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหน? แล้วในปีนี้ 2024 ไอโฟน 11 ยังน่าใช้อยู่ไหม?

2024/03/21
ยังจำกันได้ไหมว่าไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหน? แล้วในปัจจุบันปี 2024 ไอโฟน 11 ล่าสุดยังน่าใช้อยู่ไหม? วันนี้ทาง RHINOSHIELD ขอพาทุกคนไปร่วมกันหาคำตอบว่า iPhone 11 เปิดตัวปีไหน? พร้อม Recap ไอโฟน 11 แบบคร่าว ๆ กัน เพื่อที่จะได้รู้ว่าไอโฟน 11 ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง? ยังน่าใช้อยู่ไหม? เคส iPhone 11 หาซื้อใช้ยากหรือเปล่า? แล้วยังสามารถหาซื้อเคสมาใช้ได้อยู่ไหม? ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันได้เลย สารบัญ iPhone 11 เปิดตัวเมื่อไหร่? จุดเด่นของ iPhone 11 ซีรีส์แต่ละรุ่น รุ่น iPhone 11 รุ่น iPhone 11 Pro ในปี 2024 iPhone 11 ยังน่าใช้อยู่ไหม ปัญหาที่มักพบเจอใน iPhone 11 สรุปและแนะนำเคสสำหรับ iPhone 11 ซีรีส์ มาดูกันว่าไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหน? ไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหน? หลายคนอาจจะจำกันไม่ได้แล้วว่าไอโฟน 11 เปิดตัวในปี 2019 ซึ่งนับดูแล้วก็เท่ากับว่าเปิดตัวมาได้ราว ๆ 5 ปีแล้ว โดยในปีนั้นไอโฟน 11 ได้เปิดตัวออกมาพร้อมกันทั้งหมด 3 โมเดลด้วยกัน คือ iPhone 11, iPhone 11 Pro, และ iPhone 11 Pro Max ซึ่งหัวใจสำคัญที่เป็นไฮไลต์ของการเปิดตัวไอโฟน 11 ในปีนั้นก็คือ ชิป A13 Bionic ที่ทรงพลังกว่า A12 Bionic ในไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้ทั้งเรื่องของความเร็วและการประมวลผล เรียกได้ว่าป็นชิปที่ดีที่สุดของสมาร์ทโฟนในยุคนั้นเลยทีเดียว ทำเอาผู้คนต่างให้ความสนใจ รีบจับจองเคสไอโฟน ทั้งเคส iPhone 11, เคส iPhone 11 Pro , และเคส iPhone 11 Pro Max มาไว้ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว ไอโฟน 11 มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง? ที่มาของภาพ: www.apple.com หลังจากที่ได้รู้ว่าไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหนกันไปแล้ว เรามาดูกันต่อดีกว่าว่าจุดเด่นของไอโฟน 11 มีอะไรบ้าง? เพื่อที่ผู้ที่มีความสนใจในตัวของไอโฟน 11 จะได้รับทราบถึงจุดเด่นของไอโฟนรุ่นนี้ก่อนทำการตัดสินใจซื้อ เคสใสไม่เหลือง มาเตรียมรอรับไอโฟนเครื่องใหม่ โดยทาง RHINOSHIELD จะขอแบ่งไปทีละหัวข้อตามแต่ละโมเดล ดังนี้ จุดเด่นของ iPhone 11 มีอะไรบ้าง? ไอโฟน 11 นั้นมีจุดเด่นที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีเครื่อง กล้อง หรือสเปกเครื่อง ซึ่งสามารถแจกแจงเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้ 🔹 สีเครื่อง : ไอโฟน 11 นั้นมีมากถึง 6 สีให้เลือกใช้ คือ สีม่วง สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีดำ และสีขาว 🔹 ความจุ : ไอโฟน 11 มีขนาดความจุให้เลือกซื้อถึง 3 ขนาด ได้แก่ 64 GB, 128 GB, 256 GB 🔹 น้ำหนัก : ไอโฟน 11 มีน้ำหนักอยู่ที่ 194 กรัม 🔹 หน้าจอ : ใช้จอภาพแบบ Liquid Retina HD มีขนาดหน้าจอกว้างถึง 6.1 นิ้วในแนวทแยง อีกทั้งยังเคลือบสาร Oleophobic กันน้ำกันรอยอีกด้วย 🔹 กล้อง : กล้องของไอโฟน 11 นั้นเป็นระบบกล้องคู่ มีอยู่ 2 เลนส์ด้วยกัน คือกล้อง Wild และกล้อง Ultra Wild ซึ่งมีความละเอียดอยู่ที่ 12 MP นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่าง Portrait Mode, Night Mode และ Slofies (Slo-mo Selfies) ที่เป็นการถ่ายวิดีโอแบบสโลว์โมชันด้วยกล้องหน้าอีกด้วย 🔹 เสียง : ไอโฟน 11 รองรับคุณภาพเสียงแบบ 3D มีฟังก์ชันระบบเสียงรอบทิศทางเพิ่มความสมจริงและอรรถรสในการฟัง 🔹 แบตเตอรี่ : แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้งานได้นานกว่าไอโฟน XR ถึง 1 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับ Fast Charge ที่ชาร์จได้ไวกว่าเดิม สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ในเวลา 30 นาที 🔹 กันน้ำและฝุ่น : ไอโฟน 11 มีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ในระดับที่ลึกไม่เกิน 2 เมตร ระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที และกันฝุ่นในระดับ IP68 🔹 ระบบปฏิบัติการ : ยังสามารถอัปเดตได้ถึง iOS รุ่นล่าสุด (iOS 17) จุดเด่นของ iPhone 11 Pro มีอะไรบ้าง? ความน่าตื่นตาตื่นใจไม่ได้มีเฉพาะในไอโฟน 11 ล่าสุดเพียงเท่านั้น แต่ไอโฟน 11 Pro ที่ได้ชื่อว่า “Pro” จะต้องมีความน่าสนใจมากกว่าอย่างแน่นอน ส่วนไอโฟน 11 Pro จะมีจุดเด่นอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย 🔹 สีเครื่อง : ไอโฟน 11 Pro มี 4 สีให้เลือกใช้ คือ สีทอง สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และสีเขียวมิดไนท์กรีน 🔹 ความจุ : ไอโฟน 11 Pro มีขนาดความจุให้เลือกซื้อ 3 ขนาด ได้แก่ 64 GB, 256 GB และ 512 GB 🔹 น้ำหนัก : ไอโฟน 11 Pro มีน้ำหนักอยู่ที่ 188 กรัม 🔹 หน้าจอ : ไอโฟน 11 Pro นั้นโดดเด่นกว่าไอโฟน 11 ปัจจุบัน เนื่องจากใช้จอภาพแบบ Super Retina XDR โดยมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.8 นิ้วในแนวทแยง และยังเคลือบสาร Oleophobic กันน้ำกันรอยอีกด้วย 🔹 กล้อง : กล้องของไอโฟน 11 Pro จะมีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน คือ กล้อง Wild กล้อง Ultra Wild และเพิ่มในส่วนของกล้อง Telephoto เข้ามา ซึ่งมีความละเอียดอยู่ที่ 12 MP และมีโหมดถ่ายภาพเช่นเดียวกันกับไอโฟน 11 🔹 เสียง : ไอโฟน 11 Pro รองรับคุณภาพเสียงแบบ 3D มีฟังก์ชันระบบเสียงรอบทิศทางเพิ่มความสมจริงและอรรถรสในการฟัง 🔹 แบตเตอรี่ : แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานกว่าไอโฟน XS ถึง 4 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับ Fast Charge ที่สามารถชาร์จได้ไวกว่าเดิมเช่นเดียวกันกับไอโฟน 11 🔹 กันน้ำและฝุ่น : ไอโฟน 11 Pro มีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ในระดับที่ลึกไม่เกิน 4 เมตร ระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที และกันฝุ่นในระดับ IP68 🔹 ระบบปฏิบัติการ : ยังสามารถอัปเดตได้ถึง iOS รุ่นล่าสุด (iOS 17) จุดเด่นของ iPhone 11 Pro Max มีอะไรบ้าง? นอกจากไอโฟน 11 ปัจจุบันและไอโฟน 11 Pro แล้ว ตัวไอโฟน 11 Pro Maxเองก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะไอโฟนรุ่นนี้นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ “Pro” แต่เป็นถึง “Pro Max” เลยทีเดียว ซึ่งจะมีจุดเด่นอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย 🔹 สีเครื่อง : ไอโฟน 11 Pro Max มี 4 สีให้เลือกใช้ คือ สีทอง สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และสีเขียวมิดไนท์กรีน เช่นเดียวกันกับไอโฟน 11 Pro 🔹 ความจุ : ไอโฟน 11 Pro Max มีขนาดความจุให้เลือกซื้อ 3 ขนาดเช่นกัน คือ 64 GB, 256 GB และ 512 GB 🔹 น้ำหนัก : ไอโฟน 11 Pro Max มีน้ำหนักอยู่ที่ 226 กรัม 🔹 หน้าจอ : ไอโฟน 11 Pro Max นั้นใช้จอภาพแบบ Super Retina XDR และยังมีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าไอโฟน 11 และไอโฟน 11 Pro อยู่ที่ 6.5 นิ้วในแนวทแยง อีกทั้งยังเคลือบสาร Oleophobic กันน้ำกันรอยด้วยเช่นกัน 🔹 กล้อง : กล้องของไอโฟน 11 Pro Max จะมีอยู่ 3 ตัวเหมือนกันกับไอโฟน 11 Pro คือ กล้อง Wild กล้อง Ultra Wild และเพิ่มในส่วนของกล้อง Telephoto เข้ามาซึ่งมีความละเอียดอยู่ที่ 12 MP และมีโหมดถ่ายภาพเช่นเดียวกันกับไอโฟน 2 โมเดลข้างต้น 🔹 เสียง : ไอโฟน 11 Pro Max รองรับคุณภาพเสียงแบบ 3D มีฟังก์ชันระบบเสียงรอบทิศทางเพิ่มความสมจริงและอรรถรสในการฟัง 🔹 แบตเตอรี่ : แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้งานได้นานกว่าไอโฟน XS Max ถึง 5 ชั่วโมง รองรับ Fast Charge ที่สามารถชาร์จได้ไวกว่าเดิมเช่นเดียวกันกับไอโฟน 11 🔹 กันน้ำและฝุ่น : ไอโฟน 11 Pro Max มีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ในระดับที่ลึกไม่เกิน 4 เมตร ระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที และกันฝุ่นในระดับ IP68 เช่นเดียวกันกับไอ 🔹 ระบบปฏิบัติการ : ยังสามารถอัปเดตได้ถึง iOS รุ่นล่าสุด (iOS 17) PRODUCT TITLE $10.0 SEE PRODUCT PRODUCT TITLE $10.0 SEE PRODUCT PRODUCT TITLE $10.0 SEE PRODUCT window.sliderConfig1697098467596 = function() { var numberSlides = document.querySelectorAll(".bggle--slider[section-id='1697098467596'] .bggle_product-container"); if (numberSlides.length > 0) { window.slider1697098467596 = tns({ container: '.bggle--slider[section-id="1697098467596"]', items: 1, slideBy: 'page', autoplay: true, gutter: 20, navAsThumbnails: false, navPosition: "bottom", arrowKeys: true, autoplayButton: false, autoplayButtonOutput: false, mouseDrag: true, autoplay: false, responsive: { 768: { items: 2 }, 1025: { items: 3 } } }); } } document.addEventListener('init-slider-1697098467596', window.sliderConfig1697098467596) ในปี 2024 ไอโฟน 11 ยังน่าใช้อยู่ไหม? หลังจากที่ได้รู้ว่าไอโฟน11เปิดตัวปีไหนและแต่ละโมเดลมีจุดเด่นอย่างไรไปแล้ว หลายคนที่มีความสนใจเลือกซื้อไอโฟน 11 มาใช้งาน หรือกำลังใช้งานไอโฟน 11 อยู่แต่ลังเลว่าจะเปลี่ยนไปใช้งานรุ่นอื่นดีไหมอาจจะสงสัยขึ้นมาว่าแล้วในปัจจุบันปี 2024 นี้ ไอโฟน 11 ล่าสุดเมื่อเทียบกับไอโฟน 15 แล้วยังน่าใช้งานอยู่หรือเปล่า? ขอบอกเลยว่าจริง ๆ แล้วไอโฟน 11 ยังน่าใช้งานอยู่นะ! ซึ่ง RHINOSHIELD ได้รวบรวมเหตุผลว่าทำไมไอโฟน 11 ถึงยังน่าใช้อยู่มาให้ทุกคนแล้ว ตามไปดูกันได้เลย 🔷 มีราคาย่อมเยา เนื่องจากปัจจุบันมีไอโฟนรุ่นใหม่ ๆ ออกมาหลากหลายรุ่น ทำให้ราคาของไอโฟน 11 ปัจจุบันไม่ได้สูงเท่าที่เคย เมื่อเปรียบเทียบกับไอโฟนรุ่นที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดอย่างไอโฟน 15 แล้วจะเห็นความแตกต่างของราคาอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบจำกัดที่กำลังมองหาโทรศัพท์ดี ๆ สักเครื่องเป็นอย่างมาก 🔷 สามารถใช้งานทั่วไปได้ดี ในส่วนของการใช้งานทั่วไป ไอโฟน 11 สามารถใช้งานระบบพื้นฐานของสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการโทร ใช้อินเทอร์เน็ต เล่นโซเชียล หรือเล่นเกม แม้ว่าชิปประมวลผลอาจจะไม่ได้เร็วแรงเท่ากับไอโฟน 15 ที่ใช้ชิป A16 Bionic, A17 Pro ทว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการซื้อมาใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี 🔷 สามารถอัปเดต iOS เวอร์ชันล่าสุด (iOS 17) ได้ สำคัญที่สุดเลยก็คือไอโฟน 11 ยังสามารถอัปเดต iOS ได้อยู่ ซึ่งในปี 2024 นี้ ไอโฟน 11 ล่าสุดสามารถอัปเดต iOS 17 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้เช่นเดียวกันกับไอโฟน 15 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ว่าการใช้งานไอโฟน 11 จะสามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน ไม่โดนลอยแพในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน 🔷 ยังไม่เข้า Vintage Product อีกหนึ่งเหตุผลที่ไอโฟน 11 ยังน่าใช้งานอยู่ก็คือไอโฟนรุ่นนี้นั้นยังไม่เข้า Vintage Product ของ Apple ซึ่ง Vintage Product นี้หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ยุติการวางจำหน่ายตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่เกิน 7 ปี ซึ่งจะทำให้หาอะไหล่ในการซ่อมบำรุงยาก ผู้ที่กังวลว่าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้จึงหมดกังวลได้เลย ปัญหาที่คนใช้ไอโฟน 11 มักพบเจอ แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยเช่นกันว่าไอโฟน 11 ปัจจุบันเปิดตัวมาตั้งนานแล้ว จะไม่มีปัญหาที่ผู้ใช้งานพบเจอบ้างเลยหรือ? ขอบอกตรงนี้เลยว่ามี แต่ปัญหาที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่พบเจอจะไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน แต่เป็นเรื่องของการหาเคสใช้ยากเสียมากกว่า เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่าไอโฟน 11 ล่าสุดเปิดตัวมาราว ๆ 5 ปีแล้ว เคสที่มีวางขายก็น้อยลงทุกที หรือบางครั้งก็เจอลายที่ไม่สวยไม่ถูกใจ จะหาเคสดี ๆ ที่สไตล์เข้ากับตนเองและกันกระแทกได้ดีบอกเลยว่ายากลำบากเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะปัญหานี้มีทางออก แม้ว่าเคสไอโฟน 11 ปัจจุบันจะหาซื้อได้ยาก แต่ที่ RHINOSHIELD เรามีขาย! ที่สำคัญคือสามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ซึ่งมอบความสะดวกสบายไม่ต้องเดินทางเสี่ยงดวงตามหาเคสที่ไม่รู้ว่าจะเจอไหมอีกต่อไป อีกทั้งปัญหาเรื่องลายเคสที่มีสวยไม่ถูกใจก็ไม่ต้องกังวลเลย เพราะเราได้จับมือกับชุมชนสร้างสรรค์ มีลวดลายการออกแบบจากศิลปินทั่วโลกกว่าหนึ่งพันดีไซน์ให้เลือก อาทิ Van Gogh Museum, One Piece, NBA, Harry Potter และ Snoopy เป็นต้น หากว่ายังไม่มีลายที่ถูกใจ ถ้าอย่างนั้นลองมาออกแบบเคสไอโฟนด้วยตนเองกับ RHINOSHIELD ดีไหม? ซึ่งคุณสามารถออกแบบเคสมือถือสไตล์ของตนเองได้ง่าย ๆ ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้อความ เลือกลวดลาย เพิ่มรูปภาพจากโทรศัพท์มือถือของตนเอง เพียงเท่านี้ทุกคนก็ได้รู้กันแล้วว่าไอโฟน 11 เปิดตัวปีไหน? แล้วในปัจจุบันไอโฟน 11 ล่าสุดยังน่าใช้งานอยู่หรือเปล่า? ขอบอกเลยว่าไม่ว่า iPhone 11 เปิดตัวปีไหนก็ตาม ไอโฟน 11 ปัจจุบันยังคงมีความน่าใช้งานอยู่ ทว่าอาจพบปัญหาในเรื่องของการหาซื้อเคสโทรศัพท์ใช้ยากบ้าง สำหรับผู้ที่ใช้งานไอโฟนรุ่นเก่า ๆ อยู่นั้น ทาง RHINOSHIELD มีทั้งเคสกันกระแทก ฟิล์มกันรอย และอุปกรณ์เสริมสำหรับไอโฟนตั้งแต่ไอโฟน 7 ขึ้นไปวางจำหน่าย บอกเลยว่าการหาซื้อเคสไอโฟนรุ่นเก่า ๆ ยากจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ซึ่งคุณสามารถออกแบบหรือเลือกลายเคสที่ชอบ ปกป้องโทรศัพท์เครื่องสำคัญของคุณให้สามารถใช้งานได้ไปอีกนาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนเครื่องได้อีกด้วย เลือกเคสสำหรับ iPhone 11
อ่านเพิ่มเติม
CircularNext-เคสโทรศัพท์-รักษ์โลก-RHINOSHIELD

เคสกันกระแทกจากวัสดุรีไซเคิล CircularNext ที่มาพร้อมกับความรักษ์โลก

2024/03/06
CircularNext เคสโทรศัพท์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกและผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่ตอบโจทย์ปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม
Jellytint-เคสใสสี-เคสกันกระแทก-เคสใสไม่เหลือง

เคสใสไอโฟนกันกระแทกสีสันสดใส JellyTint จาก RHINOSHIELD

2024/02/27
อัปเกรดสีสันให้เคสใสและบ่งบอกความเป็นตัวคุณ ผ่านเคสใสสีกันกระแทก JellyTint กำลังมองหาเคสใสไอโฟนดี ๆ มาใช้งานกันอยู่หรือเปล่า? ทาง RHINOSHIELD ขอนำเสนอ JellyTint เคสไอโฟนใสหลากสีสัน ที่นอกจากจะสามารถเติมความสดใสให้ชีวิตของคุณด้วยสไตล์ของเคส Y2K อันเปี่ยมไปด้วยสีสันละลานตาแล้ว เคส JellyTint ยังเป็น เคสใสสีกันกระแทก ที่ช่วยปกป้องโทรศัพท์เครื่องสำคัญของคุณจากการกระแทกได้อย่างดีอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นเคสใสกันกระแทกไอโฟนที่สามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องของสไตล์และการใช้งานได้ครบจบในเคสเดียว เคสใสไอโฟน JellyTint คืออะไร? สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าเคสใสไอโฟน JellyTint สุดว้าวนี้คืออะไร? ต้องขอแนะนำว่าเคส JellyTint คือเคสโทรศัพท์มือถือแบบใสที่โปร่งแสงราวกับ Jelly และมีสีสันที่สดใสหลากหลายสไตล์ เคส Y2K เหมือน Tint โดยเคสใส JellyTint นี้มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สดใสสวยงาม สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวเองผ่านเคสที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งเคส JellyTint ยังมีคุณสมบัติกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยีวัสดุที่เรียกว่า ShockSpread™ LUX อันเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ RHINOSHIELD ที่สามารถดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้ดี มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุชิ้นเดียวในการผลิตอีกด้วย ✅ สามารถกันกระแทกได้ในระดับ 3.5 เมตร ✅ คุณสมบัติกันการกระแทกเหนือกว่า Military Standard ✅ คงสีสันไว้ได้ยาวนาน ทนทานต่อการเกิดเคสเหลือง จุดเด่นของเคส JellyTint มีอะไรบ้าง? นอกจากเคสใสไอโฟน JellyTint จะมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สดใสทันสมัยและการป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดีแล้ว เคส JellyTint สุดสดใสนี้ยังมีจุดเด่นอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็น ✅ รองรับ MagSafe ✅ สีสันหลากหลาย ปราศจากสารอันตรายที่มักพบในพลาสติก ✅ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัสดุชิ้นเดียวในการผลิต ✅ แมตช์ลุคการแต่งตัวได้หลากหลายด้วยการจับคู่กับ สายคล้องโทรศัพท์ ✅ ออกแบบลวดลายได้ตามสไตล์ที่ต้องการ มีดีไซน์นับพันจากศิลปินทั่วโลกให้เลือกใช้ หรือจะออกแบบด้วยตนเองก็สามารถทำได้ รองรับ MagSafe แรงดึงดูดทรงพลังถึง 2 เท่า เคส JellyTint สามารถรองรับ MagSafe อันเป็นนวัตกรรมที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทาง Apple ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเพื่อชาร์จไร้สาย ใช้แรงดึงดูดของแม่เหล็กติดไว้ในจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ หรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่นที่รองรับ MagSafe เช่น ▪️ ที่ติดหลังโทรศัพท์ (AKA Griptok) ▪️ ที่วางโทรศัพท์ ▪️ กระบอกน้ำที่สามารถใช้เป็นที่วางโทรศัพท์ได้ อีกทั้งเคสใสไอโฟน JellyTint ยังติดตั้งวงแหวนแม่เหล็กที่แรงดึงดูดที่ทรงพลังกว่ามาตรฐานของ Magsafe ถึง 2 เท่า บอกเลยว่าดูดติดแน่นหนึบ หมดกังวลกับปัญหาอุปกรณ์เลื่อนหลุดระหว่างใช้งานอย่างแน่นอน มีสีสันที่หลากหลาย ปราศจากสารอันตรายที่มักพบในพลาสติก หลายคนคงสงสัยว่าสีสันที่สดใสเตะตาขนาดนี้จะมีสารที่อันตรายหรือเปล่า? เคส JellyTint มาเพื่อทำลายความเชื่อแบบเดิม ๆ นี้! แม้ว่าเคส Y2K JellyTint จะมีสีสันที่สดใส แต่ไว้ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการผลิตด้วยวัสดุที่ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ อีกทั้งเคสโทรศัพท์ทั้งหมดของเรายังได้รับมาตรฐานเกรดอาหารของ FDA อีกด้วย ซึ่งต่อให้เด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยงเผลอกัดไปก็ไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน รักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องของ Plastic Crisis และมุ่งมั่นที่จะลดขยะให้เป็นศูนย์มาโดยตลอด เคสใสกันกระแทกไอโฟน JellyTint จึงได้รับการผลิตแบบ Mono Material หรือก็คือการผลิตจากวัสดุชิ้นเดียว เพื่อให้สามารถนำเคสไปรีไซเคิลใหม่ได้แบบ 100% อีกทั้งการผลิตโดยใช้วัสดุชิ้นเดียวนี้ยังง่ายต่อการคัดแยก ช่วยให้กระบวนการรีไซเคิลสามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัดทรัพยากร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย สามารถพูดได้ว่าเคสใสไอโฟน JellyTint นั้นรักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แมตช์กับสายคล้องโทรศัพท์ได้แบบจุใจ เคสใสไอโฟน JellyTint นั้นมีสีสันหลากหลายให้เลือกใช้ สามารถนำไปแมตช์กับสายคล้องโทรศัพท์ได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นการแมตช์ให้สีเคสโทรศัพท์เข้ากันกับสายคล้องหรือจับคู่สีคู่ตรงข้ามให้ออกมาโดดเด่นก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้งยังสามารถแมตช์กับสายคล้องสีเจ็บ ๆ ให้ได้ลุค Y2K ดูแจ่มว้าวได้ตามที่ต้องการ หากสงสัยว่าจะแมตช์เคส JellyTint เข้ากับสายคล้องของ RHINOSHIELD ดีไหม? หรือกลัวไม่มีสายคล้องที่เข้ากันกับเคส บอกเลยว่าไม่ต้องเป็นกังวล เพราะว่าเรามีสายคล้องหลากสีหลายรูปแบบให้คุณเลือกแมตช์ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ▪️ สายคล้องโทนสีคลาสสิกเข้ากับทุกลุคทุกสไตล์ ▪️ สายคล้องโทนสีสดใส เด่นชัดสะกดทุกสายตา ▪️ สายถัก Crossbody ▪️ สายคล้อง Crossbody Hypoallergenic ▪️ สายฟลีซ window.sliderConfig1638269016070 = function() { var numberSlides = document.querySelectorAll(".bggle--slider[section-id='1638269016070'] .bggle_product-container"); if (numberSlides.length > 0) { window.slider1638269016070 = tns({ container: '.bggle--slider[section-id="1638269016070"]', items: 2, slideBy: 'page', autoplay: true, gutter: 20, navAsThumbnails: false, navPosition: "bottom", arrowKeys: true, autoplayButton: false, autoplayButtonOutput: false, mouseDrag: true, autoplay: false, responsive: { 768: { items: 3 }, 1025: { items: 3 } } }); } } document.addEventListener('init-slider-1638269016070', window.sliderConfig1638269016070) ปลดปล่อยความอาร์ต ออกแบบได้ตามสไตล์ของคุณ เคส JellyTint เปิดให้คุณได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ด้วยการออกแบบเคสของตนเองให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยคุณสามารถเลือกออกแบบด้วยการใส่ข้อความ สัญลักษณ์ สติ๊กเกอร์ หรืออัปโหลดรูปภาพผ่านมือถือก็ได้ ถ้าไม่มีแบบที่คิดเอาไว้ในใจก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราจับมือร่วมกับแบรนด์และชุมชนสร้างสรรค์ทั่วโลก ให้คุณสามารถเลือกดีไซน์มาใช้ได้กว่า 1,000 แบบ หรือต่อให้ใช้เคสเปล่าที่ไม่ได้ออกแบบก็มีความเก๋ไก๋ไปอีกแบบไม่แพ้กัน! แสดงตัวตนของคุณด้วยเคสใสไอโฟนสีสันที่หลากหลาย JellyTint เพราะว่าการเป็นตนเองนั้นดีที่สุด แสดงตัวตนของตนเองออกมาด้วยการเลือกใช้เคส JellyTint ไม่ว่าจะเลือกใช้สีเรียบ ๆ คลาสสิกอย่าง Ash Black สีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ Moody Green หรือจะใช้สีที่โดดเด่นเตะตาอย่างสีฟ้า Cyber Blue สีชมพู Fancy Pink ก็ดีทั้งนั้น อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกได้ว่าอยากใช้เคสเปล่า ๆ แบบเรียบง่ายก็เก๋แล้ว หรือจะปลดปล่อยจินตนาการสุดบรรเจิดด้วยการตกแต่งอย่างเต็มที่ บอกเลยว่าเคสโทรศัพท์ JellyTint นี้จะสามารถสะท้อนตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี เคสใสไอโฟน JellyTint ไม่เพียงแต่เป็นเคสใสไอโฟนที่มีหลากหลายสีสันสดใสสไตล์เคส Y2K เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเคสใสกันกระแทกไอโฟนที่มีประสิทธิภาพในการกันกระแทกสูง ไม่เพียงเท่านั้น เคส JellyTint ของ RHINOSHIELD ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ทั้งเรื่องของการรองรับ MagSafe ความปลอดภัยปราศจากสารอันตราย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แมตช์กับสายคล้องโทรศัพท์ได้หลากหลาย และออกแบบได้ตามสไตล์ของตนเอง ใครที่กำลังมองหาเคสไอโฟนมาใช้ บอกเลยว่าพลาดไม่ได้! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
อ่านเพิ่มเติม
เคสสายมู-12-ราศี-2024

แชร์เคสสายมู 12 ราศี เสริมดวงให้ปังรับปี 2024

2024/02/25
ไม่พลาดสีเคสแนะนำสำหรับเคสสายมู 12 ราศีต้อนรับปี 2024 นี้ด้วยเคสกันกระแทกปกป้องโทรศัพท์ของคุณจากอันตราย และเสริมความมูในตัวคุณ
อ่านเพิ่มเติม
สรุปสเปกที่น่าสนใจของ iPhone 15 ซีรีส์ และแนะนำเคส iPhone 15!

สรุปสเปกที่น่าสนใจของ iPhone 15 ซีรีส์ และแนะนำเคส iPhone 15!

2023/09/18
เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วกับไอโฟน 15 ซีรีส์ ในงาน Apple Event 2023 ที่ใช้ชื่อว่า “Wonderlust” ในครั้งนี้ Apple ได้เปิดตัวเปิดตัวไอโฟน 15 ทั้ง 4 รุ่นย่อยเหมือน iphone 14 ซีรีส์เมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max และยังมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่น อาทิ AirPods Pro (รุ่นที่ 2), Apple Watch 9 และ Apple Watch Ultra 2 ก่อนหน้านี้เราได้มีการนำข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับไอโฟน 15 ให้ทุกคนได้ลุ้นกันไปแล้ว ในบทความนี้เราจะมาสรุปกันว่าในงานเปิดตัวจริงมีข่าวลือไหนบ้างที่ใกล้เคียง หรือเป็นไปตามที่ลือก่อนหน้าเป๊ะ ๆ เลยบ้างมาดูกัน คุณสมบัติอัปเกรดใหม่บนไอโฟน 15 ซีรีส์ 1. ไอโฟน 15 ซีรีส์ เปลี่ยนพอร์ตชาร์จและส่งข้อมูลเป็น USB-C ทั้งหมด บอกลาสาย Lighting บนไอโฟน 15 อย่างเป็นทางการกันแล้ว หลังจากที่มีข่าวลือมานานนับปีเกี่ยวกับเรื่องพอร์ต USB-C บนไอโฟน ในที่สุดก็ได้เวลาเปลี่ยนกันแล้ว สำหรับไอโฟน 15 และ 15 Plus นั้นจะได้พอร์ต 2.0 และไอโฟน 15 Pro / 15 Pro Max นั้นจะเป็น USB-C 3.0 โดนความสามารถของการถ่ายโอนข้อมูลและความเร็วในการชาร์จนั้น USB-C 3.0 นั้นมีประสิทธิภาพที่มากกว่าแน่นอนอยู่แล้ว 2. จะรุ่นไหนก็ใช้งาน Dynamic Island ได้แล้วบนไอโฟน 15 ครั้งนี้ Apple ได้นำฟังก์ชันการใช้งาน Dynamic Island มาไว้บนไอโฟน 15 ทั้ง 4 รุ่น ไม่ต้องใช้รุ่นโปรก็มีฟังก์ชันเกาะอเนกประสงค์ได้แล้วนะ 3. ปุ่มแอคชั่น ปรับตั้งค่าใช้การได้ตามต้องการ บอกลาสวิตช์เปิด/ปิดเสียงบนไอโฟน 15 Pro และ ไอโฟน 15 Pro Max เพราะปีนี้ Apple ได้เปลี่ยนสวิตช์ mute เสียงเป็นปุ่มกดตามที่หลาย ๆ คนต้องการ โดยเพิ่มฟังก์ชันการตั้งค่าให้คุณตั้งค่าการใช้งานได้เหมาะสมตามการใช้งานของคุณ 4. สีสันใหม่สำหรับไอโฟน 15 ซีรีส์ สำหรับไอโฟน 15 และ ไอโฟน 15 Plus มีให้เลือกมากถึง 5 สี ในโทนสีที่สดใสมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ดำ ฟ้า เขียว เหลือง และชมพู รุ่นไอโฟน 15 Pro และ ไอโฟน 15 Pro Max นั้นได้มีการอัปเกรดวัสดุให้ดูหรูหราและมีน้ำหนักที่เบามากขึ้นด้วยการเปลี่ยนมาใช้ไทเทเนียมบนตัวเครื่อง ทำให้สีเครื่องที่ออกมานั้นมีความน่าดึงดูดไม่น้อยเลย สีใหม่สำหรับไอโฟนทั้ง 2 รุ่นมีทั้งหมด 4 โทนสี ได้แก่ ไทเทเนียม ธรรมชาติ ไทเทเนียมน้ำเงิน ไทเทเนียมขาว และไทเทเนียมดำ 5. ราคาไอโฟน 15 ซีรีส์ในประเทศไทย ไอโฟน 15 – ราคาเริ่มต้นที่ 32,900 บาท ความจุเริ่มต้น 128 GBไอโฟน 15 Plus – ราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท ความจุเริ่มต้น 128 GBไอโฟน 15 Pro – ราคาเริ่มต้นที่ 41,900 บาท ความจุเริ่มต้น 128 GBไอโฟน 15 Pro Max – ราคาเริ่มต้นที่ 48,900 บาท ความจุเริ่มต้น 256 GB สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ iPhone 15 ทั้งหมดได้ที่ apple.com มาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่ตัดสินใจจะซื้อไอโฟน 15 ต้องไม่พลาดเลย ▪️ วันเปิดจองไอโฟน 15 ประเทศไทย วันที่ 15 กันยายน 2566 ▪️ วันวางจำหน่ายไอโฟน 15 ประเทศไทย วันที่ 22 กันยายน 2566 เคสและอุปกรณ์เสริมสำหรับไอโฟน 15 ใครที่กำลังจะซื้อไอโฟน 15 ซีรีส์พลาดไม่ได้กับเคสไอโฟน 15 และอุปกรณ์เสริมกันกระแทก RHINOSHIELD ที่ครั้งนี้มีสินค้ามาให้คุณเลือกหลากหลายยิ่งกว่าเดิม 1. เคสกันกระแทกทั้ง 3 รุ่น ปรับแต่งและออกแบบได้ตามต้องการ 🔸 SolidSuit: เคสปกป้องรอบด้านที่ถูกออกแบบมาสำหรับไอโฟน 15 ซีรีส์ ช่องชาร์จสำหรับ USB-C ที่เว้นไว้ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น น้ำหนักที่เบา และความเบา ทำให้คุณลืมไปเลยว่าเคสรุ่นนี้คือเคสกันกระแทกที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานการกันกระแทกระดับกองทัพสหรัฐ! มีให้เลือก 16 โทนสี เลือกไปแมทช์ให้เข้ากับไอโฟน 15 ซีรีส์และทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ 🔸 Clear: เคสใสกันกระแทกรุ่น Clear ที่เบาลงมากถึง 23% เคสใสที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ต้านทานการเกิดเคสเหลือง และตกแต่งได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นกรอบเลนส์และปุ่มกด ทั้งยังเลือกออกแบบลวดลายเคสได้เองเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างเต็มที่อีกด้วย 🔸 Mod NX: เคสกันกระแทกที่หลาย ๆ คนประทับใจ Mod NX สามารถเลือกใช้งานได้ 2 โหมด ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เคสไป 2 ชิ้น เพราะคุณสามารถเลือกใช้งานโหมดมาตรฐานโดยการติดตั้งแผ่นด้านหลังเข้ากับขอบเคส หรือโหมด Bemper ที่ในซีรีส์ไอโฟน 15 นี้ได้ลดเหลือกรอบเคสแค่อย่างเดียวก็ใช้งานเคส Bumper ได้แล้ว! ทั้ง 3 รุ่นสามารถเลือกเปลี่ยนโทนสีปุ่มกดได้ เพียงช้อปปุ่มกดเพิ่มในราคาพิเศษเมื่อช้อปพร้อมกับเคส สำหรับ Clear และ SolidSuit สามารถเลือกสลับเปลี่ยนสีกรอบเลนส์ได้ตามต้องการ และคุณยังสามารถเลือกออกแบบลวดลายของเคสได้เองไม่ว่าจะเลือกจากคอลเลกชันต่าง ๆ ที่มีให้เลือกมากกว่า 1,000 ดีไซน์ หรือจะเป็นบริการออกแบบเคสด้วยตัวคุณเองที่มีทั้งพื้นหลัง สติกเกอร์ และฟอนต์รูปแบบต่าง ๆ รอให้คุณได้เข้าไปเลือกออกแบบอย่างเต็มที่ได้เพียงปลายนิ้ว 2. ฟิล์มกันรอยหน้าจอ ทนทานแข็งแกร่ง สีไม่เพี้ยน สำหรับไอโฟน 15 RHINOSHIELD มีฟิล์มกันรอยหน้าจอให้เลือกมากถึง 5 แบบ ติดง่ายด้วยกรอบช่วยติดตั้ง ช่วยให้คุณหรือไม่ว่าใครก็ติดฟิล์มได้ง่ายแม้ไม่เคยติดมาก่อน ฟิล์มของเรามาพร้อมการปกป้องที่ผ่านการทดสอบการกันกระแทกจากห้องวิจัยของเราเรียบร้อยแล้ว! 🔸 ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Protection - แบบใส 🔸 ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Protection - แบบด้าน 🔸 ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Protection - แบบกันมอง 🔸 ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Impact Protection - แบบกรองแสงสีฟ้า 🔸 ฟิล์มกระจกนิรภัย 9H 3. ฟิล์มป้องกันเลนส์กล้อง ปกป้องเลนส์กล้องให้ปลอดภัยจากการใช้งาน เสริมการปกป้องรอบด้านด้วยกระจกนิรภัยป้องกันเลนส์กล้อง ที่จะช่วยปกป้องเลนส์คุณภาพสูงของคุณให้ปลอดภัยจากรอยขีดข่วนและการกระแทกจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ติดเถอะนะ ดีกว่าเสียค่าซ่อมเยอะ 4. อุปกรณ์เสริมรองรับ MagSafe ให้คุณใช้งานโทรศัพท์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ถ้ามองหาอุปกรณ์รองรับ MagSafe ที่ติดแน่น ไม่เลื่อนหลุดง่ายก็คงต้องมีหลาย ๆ คนแนะนำ RHINOSHIELD เพราะเรามีอุปกรณ์รองรับ MagSafe มากมายให้คุณเลือกไปใช้งานคู่กับไอโฟน 15 ซีรีส์ของคุณ 🔸 GRIPMAX (รองรับ MagSafe) ที่ติดหลังโทรศัพท์ที่ให้คุณสลับใช้งานไปมาได้อย่างง่ายดาย และยังช่วยให้คุณถือใช้โทรศัพท์ได้กระชับมือมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้วางตั้งใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน อุปกรณ์เสริมที่มากคุณสมบัติ และตอบโจทย์สายแฟชั่นได้ดี ด้วยฟังก์ชันการออกแบบด้วยตัวเอง และรุ่นใหม่ที่ติดกระจกให้คุณสามารถตรวจสอบลุคของคุณให้เป๊ะตลอดทั้งวัน 🔸 AquaStand กระบอกน้ำ (รองรับ MagSafe) กระบอกน้ำที่เป็นมากกว่าแค่กระบอกน้ำ เพราะสามารถเปลี่ยนเป็นที่วางโทรศัพท์ ที่ตั้งโทรศัพท์ หรือจะใช้ถือเป็นตัวถ่วงน้ำหนักขณะออกกำลังกายก็ได้ ด้วยการออกแบบที่คิดมาแล้วว่า คุณจะต้องได้ใช้ มีให้เลือก 2 เวอร์ชัน - สแตนเลสสตีล และ Tritan 5. สายคล้องโทรศัพท์ สายคล้องโทรศัพท์ที่มีให้เลือกหลากหลายสีสัน และหลากหลายดีไซน์ หลากหลายวัสดุ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกเวอร์ชันที่มีฝาด้านหลังเมื่อใช้งานคู่กับ "RHINOSHIELD การ์ดคล้องสาย" 🔸 สายคล้องอเนกประสงค์: สายกว้างถนอมไหล่ พร้อมที่ห้อยของเพิ่มเติมเพียบ ติดตั้งตะขอแม่เหล็ก FIDLOCK ช่วยให้สวมใส่และถอดออกง่าย ไม่วุ่นวาย 🔸 สายคล้อง Crossbody: สายคล้องที่ปรับความยาวได้ง่าย เลือกสะพายข้าง สะพายบ่า หรือห้อยไว้ที่คอก็ได้ทั้งนั้น มีให้เลือก 2 แบบ 16 สี 🔸 สายคล้องข้อมือ: สายสั้น ใช้งานสะดวก สำหรับสายมินิมอล จะห้อยบัตร ห้อยโทรศัพท์ ห้อยกล้องก็ได้ ป้องกันเผลอทำโทรศัพท์หล่น และเลือกพกพาได้อย่างสะดวก ใส่กระเป๋าพร้อมไปกับโทรศัพท์ได้สบาย มีให้เลือก 2 แบบ 9 โทนสี ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้พร้อมแล้วสำหรับไอโฟน 15 ของคุณ ช้อปเลยที่ www.rhinoshield.co.th
อ่านเพิ่มเติม
เคส MagSafe ดีไหม? สะดวกมากขึ้นด้วยประโยชน์  5 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่ชาร์จไร้สาย

เคส MagSafe ดีไหม? สะดวกมากขึ้นด้วยประโยชน์ 5 ข้อ ที่ไม่ใช่แค่ชาร์จไร้สาย

2023/09/11
งาน Apple Event ในเดือนกันยายน 2023 กำลังใกล้เข้ามาแล้ว และ iPhone 15 ซีรีส์ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในงานนี้ก็กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจกันอยู่ สำหรับโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ Apple เปิดตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จุดเด่นสำคัญนั้นก็คือ ฟังก์ชัน MagSafe และอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานร่วมกัน แต่ทว่า เคส MagSafe ดีไหม? นอกจากชาร์จไร้สายได้แล้วยังใช้ทำอะไรได้อีกบ้าง? ที่จริงแล้ว MagSafe นอกจากจะสามารถใช้ชาร์จแบบไร้สายได้แล้ว ยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้ด้วย MagSafe ช่วยให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถกลายเป็น "อุปกรณ์ที่จำเป็น" ในชีวิตได้อีกด้วย เรามาดูฟังก์ชันของ MagSafe และวิธีใช้ MagSafe ในชีวิตกันดีกว่า! MagSafe คืออะไร? MagSafe คือนวัตกรรมที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทางบริษัท Apple (Apple Inc.) วงแหวนแม่เหล็กที่ถูกติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์เพื่อให้โทรศัพท์มีแรงดึงดูดจากแม่เหล็กและสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมรองรับ MagSafe ต่าง ๆ ได้ ทาง Apple ได้เริ่มติดตั้งวงแหวนแม่เหล็กนี้ไว้ใน iPhone 12 ซีรีส์ และรุ่นอื่น ๆ หลังจากนั้น และแน่นอนว่าบน iPhone 15 รวมไปถึงซีรีส์ต่อ ๆ ไปนั้นก็อาจจะสามารถรองรับ MagSafe ได้ทั้งหมดได้เช่นกัน ทำไมต้องใช้ MagSafe? ใน iPhone มีวงแหวนแม่เหล็กที่สามารถรองรับ MagSafe ได้ ซึ่งวงแหวนแม่เหล็กนี้นอกจากจะดูดติดที่ชาร์จไร้สายได้อย่างแน่นหนาแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน MagSafe ร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับ MagSafe ได้อีกด้วย ปัจจุบันในท้องตลาดมีอุปกรณ์รองรับ MagSafe มีให้คุณเลือกมากมาย เช่น ที่วางโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ ที่ติดหลังโทรศัพท์ และรวมไปถึงกระบอกน้ำแม่เหล็กที่สามารถเป็นที่วางโทรศัพท์ได้อีกด้วย หากคุณยังคิดไม่ออกว่า MagSafe มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของคุณอย่างไร...ตามาดูประโยชน์ 5 ข้อเน้น ๆ ของ MagSafe กับเราได้เลย! MagSafe สามารถทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นได้จริง ๆ “กำลังนอนเล่นโทรศัพท์ ดูทีวีอยู่ดี ๆ โทรศัพท์ก็หล่นลงมากระแทกที่หน้า…เจ็บไม่ไหว หน้าจอแตกเลย”“ออกไปข้างนอก อยากเซลฟีกับเพื่อน ๆ แต่ไม่มีไม่ตั้งโทรศัพท์ ให้เพื่อนจับก็สั่นไปมา ภาพเบลอทุกรูปเลย”"เคสโทรศัพท์ที่ใช้อยู่มีที่เก็บบัตรในตัว เหมือนจะสะดวก แต่เวลาขับรถต้องใช้ที่วางโทรศัพท์ในรถทีไร ต้องถอดเคสก่อนตลอด วุ่นวายไม่ไหว...ถอดเคสบ่อย ๆ เครื่องถลอกอีก"ปัญหาและอุบัติเหตุในชีวิตทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยอุปกรณ์เสริมรองรับ MagSafe! อยากรู้ว่าทำยังไง อ่านต่อด้านล่างได้เลย: ข้อที่ 1: ติดตั้งง่ายและจับโทรศัพท์ถนัดมือมากขึ้น หลายคนมักจะชอบนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงหรือบนโซฟา และเหตุการณ์ที่หลาย ๆ คนต่างต้องเคยพบเจอมาบ้าง คือ โทรศัพท์หลุดมือและหล่นกระแทกหน้า นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว บางครั้งโทรศัพท์ของคุณอาจได้รับการเสียหายไปด้วยลองมองหาที่ติดหลังโทรศัพท์รองรับ MagSafe ที่มาพร้อมแม่เหล็กแรงดึงดูดทรงพลัง ที่จะดูดติดโทรศัพท์ของคุณเอาไว้แน่นตลอดเวลาดูไหม? นอกจากจะเอาไว้ถือใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างสบายมือแล้ว GRIP ยังใช้วางตั้งโทรศัพท์ได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอนอีกด้วย GRIP ที่ติดหลังโทรศัพท์ถูกพัฒนาและได้รับการจดสิทธิบัตรโดย RHINOSHIED ซึ่งเป็นการผสมผสาน 2 ฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็นต่อผู้ใช้โทรศัพท์เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายมากขึ้น และยังป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากโทรศัพท์หล่นจากมือได้อีกด้วย ติดตั้งและถอดออกได้ตามต้องการ ทั้งยังสามารถเลือกออกแบบได้ตามสไตล์ในแบบของคุณเอง GRIPMAX รุ่นกระจก (รองรับ MagSafe) : Original Designs - Bumping ราคา 1,000 บาท ดูเพิ่มเติม ข้อที่ 2: เซลฟีง่าย ถ่ายรูปกลุ่มไม่มีเบลอ เวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ก็ต้องเซลฟีถ่ายภาพกลุ่มกันสักหน่อย แต่ไม่ว่าจะถ่ายยังไงก็ต้องมีหน้าใครสักคนหลุดเฟรมไป หรือไม่ก็ภาพสั่นเบลอ ซื้อไม้เซลฟีมาก็มักจะลืมหยิบออกมาด้วย หรือไม่ก็ตั้งใจไม่พกออกมาเพราะไม่สะดวกต่อการพกพาขาตั้งโทรศัพท์ทั่วไปก็ใช้งานยาก และเคสโทรศัพท์บางตัวอาจจะต้องถอดเคสออกก่อนใช้งานด้วย ขาตั้งโทรศัพท์บางรุ่นก็ไม่มีความมั่นคง โยกเยกไปมาทำให้ได้ภาพที่ไม่สวยอีกต่างหาก หลาย ๆ คนเลยไม่ใช้ขาตั้งโทรศัพท์กัน ด้วยฟังก์ชัน MagSafe คุณสามารถใช้งานที่วางโทรศัพท์รองรับ MagSafe ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องถอดหรือแยกชิ้นส่วนไปมา อุปกรณ์เสริม MagSafe ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ด้วยแรงดึงดูดของแม่เหล็ก เริ่มใช้งานด้วยการวางอุปกรณ์ลงเบา ๆ และหยิบออกเพื่อถอดการติดตั้ง สะดวกที่สุด!เพราะขาตั้งโทรศัพท์ในปัจจุบันนั้นพกพาไม่สะดวกและใช้งานได้ยากลำบาก RHINOSHIELD จึงคิดค้นอุปกรณ์มาช่วยให้คุณเซลฟีได้ง่ายและพกพกพาได้อย่างสะดวกอีกด้วย! AquaStand กระบอกน้ำแม่เหล็ก อุปกรณ์เสริมที่รวมฟังก์ชันที่หลากหลายไว้ในชิ้นเดียว ที่จับกระบอกน้ำรองรับ MagSafe สามารถปรับได้หลายองศา เพื่อให้คุณเลือกมุมที่เหมาะกับการถ่ายภาพตามต้องการ แค่พกกระบอกน้ำนี้ไว้ข้างกายก็เหมือนมีไม้เซลฟีอยู่ดับคุณตลอดเวลา! ข้อ 3: ที่วางโทรศัพท์สายสปอร์ต ใครเป็นแบบนี้กันบ้าง เวลาออกกำลังกายไม่รู้จะวางโทรศัพท์ไว้ที่ไหนดี? วางไว้บนพื้นก็ไม่ค่อยสบายใจ จะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าก็อาจรบกวนการเคลื่อนไหวได้ ยิ่งถ้าจะใช้ดูวิดีโอสอนออกกำลังกาย ยิ่งวุ่นวายไปใหญ่ เพราะจะจัดมุมดี ๆ ดูวิดีโอไป ทำท่าทางตามไปด้วยนั้นไม่ง่ายเลย...RHINOSHIELD AquaStand กระบอกน้ำแม่เหล็ก มาเพื่อช่วยแก้ปัญหาระหว่างออกกำลังกายให้กับคุณแล้ว! เปลี่ยนจากการพกกระบอกน้ำทั่วไป มาพกกระบอกน้ำแม่เหล็กแทนดีกว่า! นอกจากจะใช้กับกระหายระหว่างออกกำลังกายแล้ว เจ้ากระบอกน้ำนี้ยังเป็นที่วางโทรศัพท์รองรับ MagSafe ที่ดีให้กับคุณได้อีกด้วยเพียงแค่วาง AquaStand ให้มั่นคงแล้ววางโทรศัพท์ของคุณลงบนที่จับรองรับ MagSafe เท่านี้คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการใช้งานที่วางโทรศัพท์บนกระบอกน้ำเพื่อใช้ดูวิดีโอ หรือใช้ถ่ายภาพ/อัดวิดีโอระหว่างออกกำลังกายก็ได้นอกจากการใช้งานระหว่างออกกำลังกายแล้ว AquaStand ก็ยังเป็นผู้ช่วยที่ดีในช่วงเวลาอื่น ๆ ของคุณได้เช่นกัน ระหว่างเข้าครัวคุณสามารถใช้ตั้งดูคลิปสอนทำอาหารหรือดูสูตรอาหาร ใช้วางดูวิดีโอการสอนแต่งหน้าเพื่อฝึกฝนเทรนด์แต่งหน้าใหม่ แค่มี AquaStand กระบอกน้ำแม่เหล็ก ก็เหมือนมีผู้ช่วยที่คอยจับวางมือถือให้อยู่ในองศาที่เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว! RHINOSHIELD AquaStand - Tritan ความจุ 800 มล. (มีหลอดดูดน้ำ) RHINOSHIELD AquaStand - สแตนเลสสตีล ความจุ 700 มล. (มีหลอดดูดน้ำ) RHINOSHIELD AquaStand - สแตนเลสสตีล ความจุ 700 มล. (ไม่มีหลอดดูดน้ำ) ฿ 1,500 ฿ 1,800 ฿ 1,800 ดูเพิ่มเติม ดูเพิ่มเติม ดูเพิ่มเติม ข้อ 4: อัปเกรดไลฟ์สไตล์ของคุณให้สะดวกมากขึ้น "ลืมพกกระเป๋าเงินออกมาด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป เพราะสามารถทำธุรกรรมหลายอย่างผ่านโทรศัพท์ได้!" ทุกวันนี้โทรศัพท์สามารถช่วยให้คุณทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้สะดวกและรวดเร็ว และชีวิตทุกวันนี้ "ลืมอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมพกโทรศัพท์" ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้บางคนเลือกใช้สายคล้องโทรศัพท์เพื่อที่จะพกพาโทรศัพท์ไว้ข้างกายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ปัจจุบันสมาร์ตโฟนมาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง มากกว่าแค่เป็นเครื่องมือสื่อสาร คุณยังสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวคุณเองได้ด้วยอุปกรณ์เสริมรองรับ MagSafe เช่น ในขณะขับขี่รถยนต์หรือมอไซต์ ที่วางโทรศัพท์รองรับ MagSafe ก็สามารถใช้ชาร์จโทรศัพท์ได้อีกด้วย หรือถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำ กระเป๋าใสบัตรรองรับ MagSafe ก็ช่วยให้คุณใช้งานบัตรโดยสารได้สะดวกมากขึ้น เลือกช้อป RHINOSHIELD อุปกรณ์รองรับ MagSafe ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้แล้วที่นี่ ข้อ 5: สลับเปลี่ยนใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์หลาย ๆ ชิ้น อย่างเช่น ที่ติดหลังโทรศัพท์แบบกาว หรือเคสที่มาพร้อมช่องใส่บัตรในตัว มักจะทำให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายเมื่อต้องการที่จะวางโทรศัพท์บนที่วางโทรศัพท์ในรถ หรือบางครึ่งแค่เพียงคุณต้องการจะเปลี่ยนสไตล์ในการใช้งานก็ต้องเลือกซื้อเคสโทรศัพท์ใหม่เพิ่มเติมเทคโนโลยี MagSafe ที่คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยแรงดึงดูดของแม่เหล็ก ช่วยให้คุณสลับใช้งานอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์รองรับ MagSafe ได้ง่าย แค่วางติดและดึงออก ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ และไม่วุ่นวายอีกต่อไป สามารถใช้ MagSafe กับ iPhone รุ่นเก่า หรือโทรศัพท์ Android ได้หรือไม่? หลังจากได้รู้จักประโยชน์มากมายของ MagSafe แล้ว หลาย ๆ คนคงอยากจะเริ่มใช้อุปกรณ์รองรับ MagSafe กันแล้วใช่ไหม?"อยากใช้อุปกรณ์รองรับ MagSafe แต่โทรศัพท์ไม่รองรับการใช้งานต้องทำยังไง?"ไม่ยากเลย! สำหรับโทรศัพท์ที่ไม่รองรับ MagSafe อาทิ iPhone รุ่นที่ต่ำกว่า iPhone 12 หรือโทรศัพท์ Android แค่ติดตั้ง RHINOSHIELD วงแหวนแม่เหล็กรองรับ MagSafe บนเคสโทรศัพท์ของคุณ เท่านี้คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการใช้งานฟังก์ชัน MagSafe พร้อมสัมผัสแรงดึงดูดแม่เหล็กทรงพลังบนอุปกรณ์เสริมของเราได้เช่นกัน RHINOSHIELD แผ่นวงแหวนแม่เหล็ก ฿ 390.00 ดูเพิ่มเติม หากคุณใช้ iPhone12 ขึ้นไป และ iPhone มีฟังก์ชัน MagSafe อยู่แล้ว เราขอแนะนำ RHINOSHIELD เคสโทรศัพท์รองรับ MagSafe ที่มาพร้อมแรงดูดแม่เหล็กทรงพลังและการปกป้องที่เหนือกว่าระดับทหาร แรงดึงดูดที่แรงกว่าถึง 2 เท่าบนอุปกรณ์รองรับ MagSafe ของเรา ช่วยให้คุณใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวล"ไม่ลืมที่จะให้ RHINOSHIELD ปกป้องโทรศัพท์และไลฟ์สไตล์ของคุณ" คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อดูอุปกรณ์เสริม MagSafe ทั้งหมดของเรา: Mag it Easy
อ่านเพิ่มเติม
iPhone 15 สีออกใหม่ ลือวันเปิดตัวงาน Apple Event 12 กันยายน 2023

iPhone 15 สีออกใหม่ ลือวันเปิดตัวงาน Apple Event 12 กันยายน 2023

2023/08/31
iPhone 15 สีพิเศษที่เป็น iPhone 15 สีใหม่สีไหนถูกใจใครบ้างนะ…? ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือและเคส RHINOSHIELD เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเห็นข่าวลือของสเปกและข้อมูลหลุดล่าสุดต่าง ๆ ของไอโฟน 15 สีต่าง ๆ ของรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro กันมาบ้างแล้วอย่างแน่นอน สำหรับ iPhone 15 สีออกใหม่นี้ถึงแม้จะมีข่าวลือมาแล้วหลายรอบก็ตาม ซึ่งในรอบก่อน ๆ รายละเอียดเกี่ยวกับสีไอโฟน 15 ธรรมดา และสีไอโฟน 15 Pro รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานอุปกรณ์ใหม่อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่รอบล่าสุดนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาดข่าวเรื่องการคาดการณ์เกี่ยวกับฟีเจอร์และการอัปเกรดต่าง ๆ ของ iPhone 15 สีออกใหม่นี้น่าจะนิ่งแล้ว เพราะทาง Apple ได้ยืนยันวันจัดงานเปิดตัว iPhone 15 ที่จะเปิดตัวในงาน Apple Event ปีนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 13 ก.ย. 2023 กำลังจะถึง ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง iPhone 15 สีออกใหม่ที่เป็นข่าวลือมาหลาย ๆ ครั้งนี้ จะมีเรื่องสเปกของเครื่องที่เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ราคาคาดการณ์อยู่ที่เท่าไหร่ ตามไปดูความน่าสนใจนี้พร้อม ๆ กันกับ RHINOSHIELD ดีไหม! ลือ iPhone 15 สีออกใหม่มีสีไหนบ้าง? ข่าวลือ Series ของ iPhone 15 สีใหม่จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ สีกลุ่มของ iPhone 15 - iPhone 15 Plus และสีกลุ่ม iPhone 15 Pro - iPhone 15 ProMax ซึ่งรายละเอียดของสีไอโฟน 15 ที่เป็น iPhone 15 สีออกใหม่แต่ละรุ่นจะมีสีไหนบ้าง? ไปดูกันเลย สี iPhone 15 และ iPhone 15 Plus สำหรับสีใหม่ที่มีสเปกหลุดมาของ Phone 15 และ iPhone 15 Plus นั้น จะมาพร้อมกับตัวเครื่องทั้งหมด 6 สี ดังนี้… ✔ สีดำ (Midnight) ✔ สีทอง (Starlight) ✔ สีชมพู (Pink) ✔ สีเขียว (Green) ✔ สีฟ้า (Light blue) ✔ สีแดง Product (RED) สี iPhone 15 Pro - iPhone 15 ProMax ในส่วนของสีใหม่ที่มีสเปกหลุดมาของสี iPhone 15 Pro - iPhone 15 ProMax จะมาพร้อมกับตัวเครื่องทั้งหมด 4 สี ดังนี้… ✔ สีฟ้าเข้ม (Dark Blue) ✔ สีแดงเข้ม (Dark Red) ✔ สีเทา (Space Black) ✔ สีเงิน (Silver) เรียกได้ว่าสีไอโฟน 15 สีใหม่ จะมีเพิ่มมาทั้งในรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น iPhone 15 สีต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามาข้างต้นนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างก่อนถึงวันจริง เพราะยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มสีใหม่ที่ลือ ๆ กันสักที แต่คาดว่าสีมาตรฐานจะยังคงอยู่เหมือนกับสีของ iPhone รุ่นอื่น ๆ ลือ iPhone 15 อัปเกรดสเปกและมีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้าง ? สำหรับสเปกและฟีเจอร์ของ iPhone 15 Series ก็มีหลุดออกมาไม่น้อยเลยเช่นกัน ในแต่ละปีไม่ว่าจะเป็น iPhone รุ่นไหน ก่อนวันเปิดตัวก็จะมี Dealer ที่รับผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ สำหรับเครื่อง iPhone รุ่นนั้น ๆ ในปีนั้น ๆ ออกมาพูดว่าเครื่องทำขึ้นจากวัสดุอะไร ใช้ชิปอะไร และเมื่อยิ่งใกล้ ๆ วันเปิดตัวก็จะมีเครื่องดัมมี่หลุดมาให้เห็นเช่นเดียวกับ iPhone 15 Series ที่เพิ่งมีเครื่องดัมมี่หลุดออกมาให้สาวกไอโฟนได้เห็นกัน สำหรับข่าวลือของ iPhone 15 นอกจาก iPhone 15 สีออกใหม่แล้ว จะมีข่าวลือการอัปเกรดสเปกและมีฟีเจอร์ใหม่อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้างนั้น ตามไปดูเพิ่มเติมกันได้เลย ⚫ ดีไซน์ Dynamic Island ทุกรุ่น หลังจากที่ 14 Pro และ 14 ProMax ได้เปิดตัวมาด้วยหน้าจอดีไซน์ใหม่ที่มีการเพิ่ม Dynamic Island เข้ามาแทนที่รอยบากบนหน้าจอแบบเดิม ซึ่ง Dynamic Island นี้จะมีเฉพาะในรุ่น Pro เท่านั้น ซึ่งในรุ่นมาตรฐานก็จะยังคงใช้หน้าจอที่มีรอยบากแบบเดิมอยู่ แต่ตามข่าวลือที่หลุดออกมาของ iPhone 15 Series นอกจากจะมี iPhone 15 สีออกใหม่เพิ่มเข้ามาแล้ว iPhone 15 ทุกรุ่น ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro จะมาพร้อม Dynamic Island เท่ากับจะไม่มีรุ่นใหม่ที่มีรอยบากบนหน้าจออีกแล้ว ⚫ พอร์ต Lightning เปลี่ยนเป็น USB Type-C แทน ในที่สุดก็คงถึงเวลาที่พอร์ต Lightning ของ iPhone จะเปลี่ยนเป็น USB Type-C แล้ว หลังจากที่ลือมาในรุ่นก่อน ๆ หลายรอบ ซึ่งหาก iPhone 15 สีใหม่ ดีไซน์ใหม่นี้ ได้เปลี่ยนไปใช้พอร์ต USB Type-C ทุกรุ่นจริง ๆ ความเร็วของการชาร์จก็อาจมีความแตกต่างกัน รุ่น Pro อาจจะใช้ USB Type-C ความเร็วเทียบเท่า Thunderbolt 3 แต่รุ่นปกติจะยังคงเทียบเท่า USB 2.0 ⚫ สวิตช์สำหรับใช้เปิด/ปิดเสียง อาจเปลี่ยนเป็นปุ่มแบบใหม่ สำหรับใช้เปิด/ปิดเสียง (Mute) ที่ใช้ใน iPhone รุ่นก่อน ๆ นั้น อาจเปลี่ยนเป็นปุ่ม Action เหมือนกับของ Apple Watch Ultra ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าได้เองว่าจะให้ปุ่มทำหน้าที่อะไร แต่อาจพบการเปลี่ยนแปลงนี้ในรุ่น Pro อย่าง iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max เท่านั้น ส่วนรุ่นมาตรฐาน iPhone 15 และ iPhone 15 Plus ยังอาจเป็นสวิตช์แบบเดิม ⚫ ชิปประมวลผลใหม่ล่าสุด A17 Bionic นอกจากเรื่องของ iPhone 15 สีใหม่ ที่น่าตื่นเต้นแล้ว iPhone 15 Pro และ iPhone 15 ProMax ที่กำลังจะเปิดตัวจะมีการเปลี่ยนไปใช้ชิปประมวลผล A17 Bionic ตัวใหม่ที่เร็วและแรงกว่าชิปตัวก่อน ๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E อีกด้วย ส่วนใน iPhone 15 และ iPhone 15 Plus รุ่นมาตรฐานจะยังใช้ชิป A16 Bionic ที่เป็นแบบเดียว iPhone 14 Pro และ iPhone 14 ProMax อยู่ ซึ่งจะรองรับเพียง Wi-Fi 6 เท่านั้น ⚫ ขอบจอบางลง เฟรมเครื่องไทเทเนียมในรุ่น Pro ในรุ่น Pro ทั้ง iPhone 15 Pro และ iPhone 15 ProMax จะมาพร้อมจอแสดงผล Low-Injection Pressure Pver-Molding (LIPO) ที่ทำให้พื้นที่ขอบจอบางลงเหลือเพียง 1.5 มม. (iPhone 14 รุ่น Pro มีขอบจอ 2.2 มม.) ซึ่งเทคโนโลยีจอแสดงผล LIPO นี้ ได้ถูกนำมาใช้กับ Apple Watch Series 7 แล้ว นอกจากนี้ ยังได้มีการเปลี่ยนวัสดุของตัวเครื่องจากเดิมที่ใช้สเตนเลสสตีลมาตั้งแต่ iPhone X มาเป็นกรอบแบบไทเทเนียมที่แข็งแรงกว่าและเบากว่า ⚫ อัปเกรดกล้องและเลนส์กล้องใหม่ สาวก iPhone คงตื่นเต้นกับ iPhone 15 สีใหม่กันไปแล้ว ซึ่งทางด้านของสเปกกล้องก็มีการอัปเกรดที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน สำหรับ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus กล้องหลังจะมีการอัปเกรดเป็น 48MP เท่ากับรุ่น Pro นอกจากนี้ เฉพาะ iPhone 15 ProMax จะเป็นรุ่นที่มีการอัปเกรดไปใช้เลนส์ซูม (Periscope Zoom Lens) ที่ซูมได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ อีกด้วย ⚫ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 12-18% แบตเตอรี่ของ iPhone 15 ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นประมาณ 12-18% ทำให้สามารถใช้งานได้นานกว่าเดิม แม้ว่าขนาดที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้ความจุของแบตเตอรี่บน iPhone 15 เพิ่มขึ้นด้วย แต่อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ในแต่ละรุ่น รวมถึงประสิทธิภาพของชิปประมวลผลในเครื่องอยู่ดี ราคาคาดการณ์ iPhone 15 Series สำหรับราคาที่คาดการณ์ออกมานั้นก็มีหลากหลายราคาเลยทีเดียว แต่ RHINOSHIELD ขออ้างอิงราคาโดยประมาณของ iPhone 15 สีที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ตามข้อมูลของเพจเฟซบุ๊ก iPhone iOS Thailand ดังนี้… รุ่น ความจุ ราคา iPhone 15 128GB 256GB 512GB ประมาณ ฿35,900 ประมาณ ฿38,900 ประมาณ ฿47,900 iPhone 15 Plus 128GB 256GB 512GB ประมาณ ฿39,900 ประมาณ ฿43,900 ประมาณ ฿52,900 iPhone 15 Pro 256GB 512GB 1TB ประมาณ ฿47,900 ประมาณ ฿56,900 ประมาณ ฿62,900 iPhone 15 Pro Max 256GB 512GB 1TB ประมาณ ฿50,900 ประมาณ ฿59,900 ประมาณ ฿68,900 สำหรับราคาในตารางข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการจากค่าเงินในปัจจุบัน RHINOSHIELD ต้องขอบอกเลยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อก่อนที่จะถึงวันเปิดตัว ซึ่งกำหนดการเปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone 15 สีใหม่ของรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro นั้น จะเปิดตัวในงาน Apple Event ประมาณวันที่ 13 กันยายน 2023 เวลาเที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทย และอาจเริ่มวางจำหน่ายจริงวันที่ 22 เดือนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลวันวางจำหน่ายยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Apple ดังนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากใครไม่อยากพลาดข่าวสารเกี่ยวกับงานเปิดตัวเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ อย่าลืมกดติดตามเพื่อสมัครรับข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทางอีเมล และลุ้นเป็นผู้โชคดี 200 คนแรกที่จะได้รับส่วนลด 220 บาทไปช้อปได้ที่ www.rhinoshield.co.th สุดท้ายนี้ iPhone 15 สีพิเศษที่เป็น iPhone 15 สีใหม่อาจเป็นสีไอโฟน 15 สีอื่นก็ได้เช่นเดียวกัน ระหว่างนี้สาวกไอโฟนก็มา Countdown รอลุ้นวันเปิดตัวว่าจะมีสีและฟังก์ชันใหม่อะไรบ้างไปพร้อม ๆ กันกับ RHINOSHIELD ดีกว่า :)
อ่านเพิ่มเติม
ปกป้องโทรศัพท์ของคุณและท้องทะเลด้วยเคสโทรศัพท์ RHINOSHIELD รุ่น SolidSuit ซีรีส์มหาสมุทร!

ปกป้องโทรศัพท์ของคุณและท้องทะเลด้วยเคสโทรศัพท์ RHINOSHIELD รุ่น SolidSuit ซีรีส์มหาสมุทร!

2023/07/19
5 โทนสีใหม่ ที่ถ่ายทอดความสวยงามและสีสันของมหาสมุทรไว้บนมือคุณ อาทิ เชลล์เบจ ฟ้ากราเซียร์ ฟ้าน้ำทะเลหม่น ฟ้าน้ำทะเล และเขียวสาหร่าย RHINOSHIELD ได้เปิดตัวสีเคสโทรศัพท์ซีรีส์ใหม่สำหรับเคสรุ่น SolidSuit ที่นอกจากจะมีสีสันที่หลากหลายมากขึ้นแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เคสโทรศัพท์ SolidSuit ผลิตจากวัสดุ ShockSpread ECO ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความทนทานต่อแรงกระแทก ทนทานต่อคราบสกปรก จับกระชับไม่ลื่นมือ และทนทานแข็งแกร่ง เคสโทรศัพท์ SolidSuit ซีรีส์ใหม่มีทั้งหมด 5 โทนสี เป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันธรรมชาติในมหาสมุทร อาทิ สีเชลล์เบจ สีฟ้ากราเซียร์ สีฟ้าน้ำทะเลหม่น สีฟ้าน้ำทะเล และสีเขียวสาหร่าย สีทั้งหมดนี้ได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความงามและความสำคัญของมหาสมุทร ทั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีวัสดุที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซีรีส์มหาสมุทรนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ RHINOSHIELD มีต่อโลกใบนี้ ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีวัสดุที่ช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้โทรศัพท์ (ภาพ: เคสโทรศัพท์ SolidSuit ซีรีส์โทนสีใหม่จาก RHINOSHIELD ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมหาสมุทรและมีจุดมุ่งหมายเพื่อตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องมหาสมุทร) หลังจากการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลาหลายปี RHINOSHIELD ได้ปรับปรุงคุณภาพวัสดุของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เคสโทรศัพท์ SolidSuit รุ่นใหม่ผลิตจากวัสดุยั่งยืน TPE (เทอร์โมพลาสติก) ที่มีความแข็งแกร่งทนทาน และมีความยืดหยุ่นสูง นอกเหนือไปจากความสามารถในการช่วยปกป้องรอบตัวโทรศัพท์ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังสามารถให้คุณเลือกออกแบบลวดลายและสีสันของเคสได้อย่างไม่สิ้นสุด (ภาพ: เคสโทรศัพท์ RHINOSHIELD รุ่น SolidSuit ผลิตจากวัสดุ TPE (เทอร์โมพลาสติก) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้การปกป้องที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100%) เนื่องจากเคสโทรศัพท์ได้กลายเป็นไอเทมที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน และถือเป็นส่วนหนึ่งของ fast fashion เพื่อที่จะลดขยะและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน RHINOSHIELD ได้พยายามค้นหาวิธีการที่สามารถทำให้เคสโทรศัพท์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และง่ายต่อการนำกลับไปรีไซเคิล นับตั้งแต่ปี 2565/2022 RHINOSHIELD ได้ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ ณ ร้านค้าในไต้หวัน เพื่อขยายจุดรับเคสโทรศัพท์เพื่อนำไปรีไซเคิลกว่า 140 แห่ง ซึ่ง RHINOSHIELD มีความคาดหวังที่จะขยายโครงการรีไซเคิลเคสนี้ไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกในอนาคต เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำเคสโทรศัพท์ RHINOSHIELD ที่ไม่ใช้แล้วไปยังจุดบริการที่กำหนด เพื่อขอรับของรางวัลจากการร่วมโครงการรีไซเคิลเคส ทั้งนี้ RHINOSHIELD ให้คำมั่นว่าเคสโทรศัพท์ที่ไม่ใช้แล้วเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ 100% เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนเพื่อลดปริมาณขยะและของเสียจากผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของเราเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมในการช้อป SolidSuit สีใหม่ - ซีรีส์มหาสมุทร ได้ที่นี่ บทความที่เกี่ยวข้อง ▪️ RHINOSHIELD เคสกันกระแทกวัสดุพรีเมียม ▪️ เคสกันกระแทกมีข้อดีอะไร ทำไมถึงจำเป็นสำหรับสมาร์ตโฟน
อ่านเพิ่มเติม
เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม พร้อมข้อเปรียบเทียบแบบเจาะลึก

เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม พร้อมข้อเปรียบเทียบแบบเจาะลึก

2023/07/18
เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ใครที่อยากรู้ว่าเคสไอโฟน 13 ใส่กับ 14 ได้ไหม RHINOSHIELD ขอตอบเลยว่า “ใส่ด้วยกันไม่ได้” หลาย ๆ คน ที่เคยสงสัยว่าเคส 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม แล้วคิดว่าจะสามารถใส่กันได้ เพราะมีรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเหมือนกัน คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่กันแล้วล่ะ เพราะทั้งในส่วนของ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max นั้น มีรายละเอียดของส่วนต่าง ๆ ที่แตกต่างกันอยู่ ทำให้เคสไม่สามารถใส่ด้วยกันได้นั่นเอง สำหรับใครที่เพิ่งเปลี่ยนจาก iPhone 13 มาใช้ iPhone 14 แต่ยังมีเคสโทรศัพท์สวย ๆ เหลืออีกมาก แล้วสงสัยว่าจะเอาเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ในบทความนี้ RHINOSHIELD ได้รวบรวมคำตอบของคำถามที่ว่าเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหมมาไว้ให้แล้วที่นี่ ซึ่งจะมีรายละเอียด หรือข้อเปรียบเทียบที่แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนที่ทำให้เคส iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ใส่ด้วยกันไม่ได้ ใครอยากรู้ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม ส่องความแตกต่างของเคสทั้ง 2 รุ่น เมื่อได้รู้คำตอบของคำถาม “เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…?” กันไปแล้ว ว่าไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ สำหรับใครที่มีความสงสัยว่าทำไมถึงใส่กันไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ขนาดของทั้ง 2 รุ่นแทบจะไม่ได้ต่างกันมาก ลองไปส่องความแตกต่างของโทรศัพท์ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max กันดีกว่าว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่ง RHINOSHIELD ขออ้างอิงถึงความแตกต่างของตัวเครื่องทั้ง 2 รุ่นนี้ จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ APPLE โดยแบ่งเป็นรายละเอียดของตัวเครื่องในส่วนต่าง ๆ ของเครื่อง ดังนี้… ✔ ขนาดและน้ำหนัก ▪️ iPhone 13 และ iPhone 14 ▪️ iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro ▪️ iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ✔ เลนส์กล้องด้านหลัง ▪️ iPhone 13 และ iPhone 14 ▪️ iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro ▪️ iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ขนาดและน้ำหนัก สำหรับคนที่คิดว่าเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? นั้น ในรายละเอียดส่วนแรก เราขอพาไปดูในเรื่องของขนาดและน้ำหนักตัวเครื่อง iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max กันก่อน เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างว่าจะสามารถใช้เคส 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม ⚫ ตารางเปรียบเทียบขนาดและน้ำหนัก iPhone 13 Vs iPhone 14 รายละเอียด/ รุ่น iPhone 13 iPhone 14 ความสูง 146.7 มม. 146.7 มม. ความกว้าง 71.5 มม. 71.5 มม. ความหนา 7.65 มม. 7.8 มม. น้ำหนัก 173 กรัม 172 กรัม ⚫ ตารางเปรียบเทียบขนาดและน้ำหนัก iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รายละเอียด/ รุ่น iPhone 13 Pro iPhone 14 Pro ความสูง 146.7 มม. 147.5 มม. ความกว้าง 71.5 มม. 71.5 มม. ความหนา 7.65 มม. 7.85 มม. น้ำหนัก 203 กรัม 206 กรัม ⚫ ตารางเปรียบเทียบขนาดและน้ำหนัก iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max รายละเอียด/ รุ่น iPhone 13 Pro Max iPhone 14 Pro Max ความสูง 160.8 มม. 160.7 มม. ความกว้าง 78.1 มม. 77.6 มม. ความหนา 7.65 มม. 7.85 มม. น้ำหนัก 238 กรัม 240 กรัม แน่นอนว่าหลาย ๆ คน คงจะเปรียบเทียบจากความสูงและความกว้างของ iPhone ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเมื่อเห็นรายละเอียดของ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max มาถึงส่วนนี้แล้ว จากข้อมูลด้านบนก็คงคิดว่าสามารถใส่ด้วยกันได้ เพราะทั้ง iPhone 13 และ iPhone 14 มีความสูงและความกว้างของเครื่องที่เท่ากัน มีความหนาและน้ำหนักก็ต่างกันเล็กน้อย ส่วน iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro ก็คงคิดว่าเอาเคสของ iPhone 13 Pro มาใส่กับ 14 Pro และเคสของ iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max มาใส่ด้วยกันน่าจะได้ เพราะมีความสูงห่าง ความกว้าง ความหนา และน้ำหนักต่างกันเล็กน้อย ซึ่งคนที่ยังเกิดความสงสัยว่าเคสไอโฟน 13 ใส่ 14 เราขอพาไปดูรายละเอียดในส่วนอื่นเพิ่มเติม เลนส์กล้องด้านหลัง สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมที่สามารถบอกได้ว่าเคสไอโฟน 13 ใส่กับ 14 ได้ไหม นั่นก็คือ บริเวณเลนส์กล้องด้านหลังของทั้ง iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้ เพราะถือเป็นส่วนสำคัญที่ให้คำตอบได้อย่างชัดเจนว่าเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ▪️ เลนส์กล้องหลัง iPhone 13 และ iPhone 14 iPhone 13 และ iPhone 14 มีระบบกล้องคู่ความละเอียด 12MP (กล้องหลัก และ Ultra-Wide ​) เหมือนกัน แต่บริเวณเลย์เอาต์ของการวางเลนส์กล้องด้านหลังมีการปรับเปลี่ยน ▪️ เลนส์กล้องหลัง iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มีระบบกล้องระดับโปรความละเอียด 12MP (กล้องหลัก, Ultra-Wide และ Telephoto) ส่วน iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max มีระบบกล้องระดับโปร (กล้องหลัก 48MP, Ultra-Wide 12MP และ Telephoto 12MP) จากความแตกต่างกันของขนาดตัวเซนเซอร์ในรุ่น 13 Pro และ 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ทำให้ความหนาของเลนส์กล้องด้านหลังหนาขึ้น และยังมีการปรับเปลี่ยนการวางเลย์เอาต์บริเวณเลนส์กล้องด้านหลังอีกด้วย เรียกได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบในเรื่องของขนาดและน้ำหนัก รวมถึงเลนส์กล้องด้านหลัง ของ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max คงจะสามารถคลายข้อสงสัยของคำถามที่ว่า เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ได้อย่างกระจ่างแล้วแน่นอน เพราะเคส iPhone 13 และ iPhone 14 ไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ เช่นเดียวกับเคส iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ที่ไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ เพราะถึงแม้จะมีขนาดของตัวเครื่องที่เท่ากันในบางรุ่น แต่อย่างไรก็ตามบริเวณเลนส์กล้องด้านหลังในแต่ละรุ่นก็มีการปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์การวางเลนส์กล้องอยู่ดี ซึ่งในส่วนนี้ทำให้เคสไม่สามารถใส่ด้วยกันได้นั่นเอง ใส่เคสมือถือไม่ตรงรุ่นจะเป็นอะไรไหม หลาย ๆ คน ที่เคยคิดว่าเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? คงจะได้คำตอบกันไปแล้วว่า เคส iPhone 13 และ iPhone 14 ไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อเคสควรเลือกใส่ให้ตรงกับรุ่นของตนเองเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาทีหลัง เพราะการใส่เคสโทรศัพท์ที่ไม่ตรงกับรุ่นโทรศัพท์นั้นมีผลเสียมากกว่าที่คิด สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมว่าการเลือกใส่เคสไม่ตรงรุ่นนั้นจะมีข้อเสียอย่างไรบ้างนั้น? ไปอ่านกันต่อได้เลยด้านล่างนี้… 1. ใส่ได้ไม่พอดี และก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเครื่อง เคสที่มีขนาดไม่พอดีอาจนำไปสู่ช่องว่างระหว่างเคสและโทรศัพท์ ซึ่งช่องว่างเหล่านี้จะทำให้ฝุ่นและเศษสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ สะสมระหว่างโทรศัพท์และเคส นอกจากนี้เคสที่แน่นจนเกินไป อาจก่อให้เกิดความเสียหาย บีบอัดกับตัวเครื่อง และฟิล์มกันรอยหน้าจอได้อีกด้วย หรือเคสที่ไม่พอดี หลวม อาจทำให้โทรศัพท์เสียหายได้ เนื่องจากไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ของโทรศัพท์ได้ทั้งหมด ทั้งยังไม่สามารถให้การป้องกันที่เพียงพอในกรณีที่เกิดการตกหล่นหรือกระแทก 2. ใช้งานปุ่มกด และช่องชาร์จ/ส่งข้อมูล ต่าง ๆ ได้ยาก เคสที่ไม่ตรงกับรุ่นโทรศัพท์อาจรบกวนปุ่มกด ช่องชาร์จ และคุณสมบัติอื่น ๆ ของโทรศัพท์ ทำให้ใช้งานได้ยาก หรืออาจทำให้ปุ่มของโทรศัพท์หรือคุณสมบัติอื่น ๆ เสียหายได้ รวมถึงยังส่งผลให้รับ-ส่งสัญญาณได้ยากอีกด้วย ตัวอย่างเช่น เคสที่ปิดช่องชาร์จของโทรศัพท์จะทำให้ชาร์จโทรศัพท์ได้ยาก และอาจบดบังสัญญาณต่าง ๆ เช่น การเชื่อมสัญญาณ WIFI ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ เป็นต้น 3. รบกวนเลนส์กล้องด้านหลัง การใส่เคสโทรศัพท์ที่ไม่ตรงรุ่นของโทรศัพท์อาจรบกวนเลนส์กล้องหลังได้ เคสที่ไม่พอดีอาจบังเลนส์บางส่วนหรือทั้งหมด ส่งผลให้ภาพถ่ายหรือวิดีโอคุณภาพต่ำ รวมถึงยังอาจส่งผลต่อแฟลช เคสที่ไม่พอดีอาจบังแฟลชบางส่วนหรือทั้งหมด ส่งผลให้ภาพถ่ายและวิดีโอสลัวหรือมีแสงน้อย 4. ส่งผลต่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เคสที่โทรศัพท์ที่ไม่ตรงรุ่นทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมบางประเภทได้ เนื่องจากผู้ผลิตเคสโทรศัพท์หลายรายออกแบบเคสให้มีรูปลักษณ์และเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่ใช้ได้แค่บางรุ่นเท่านั้น เช่น สายคล้องคอโทรศัพท์ หรือตำแหน่งการใช้งานอุปกรณ์รองรับ MagSafe เป็นต้น โดยรวมแล้ว เมื่อต้องเลือกเคสโทรศัพท์สำหรับรุ่นที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? หรือเคสรุ่นไหนสามารถใส่ด้วยกันได้บ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเลือกเคสที่ออกแบบมาสำหรับรุ่นโทรศัพท์นั้น ๆ โดยเฉพาะ เนื่องจากจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเคสจะพอดีและไม่รบกวนเลนส์กล้อง แฟลช หรือคุณสมบัติอื่นๆ ของโทรศัพท์ และสามารถช่วยเสริมความสวยงาม รวมถึงโดดเด่นของโทรศัพท์ได้เป็นอย่างดี ฟิล์มโทรศัพท์ ฟิล์มกระจก iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม การปกป้องโทรศัพท์จากรอย หรือการตกหล่น นอกจากเคสโทรศัพท์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลย ก็คือ ฟิล์มกันรอยโทรศัพท์ หรือฟิล์มกระจกกันรอย นั่นเอง สำหรับคำตอบที่ว่า เคส iPhone 13 กับ 14 ไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ จากคำถามที่ว่า “เคสไอโฟน 13 ใส่กับ 14 ได้ไหม…? นั้น หลาย ๆ คน คงจะคิดว่าในเมื่อเคสใส่ด้วยกันไม่ได้ ฟิล์มกันรอยแบบต่าง ๆ ก็คงใช้ร่วมกันไม่ได้ แต่ช้าก่อน! ถึงแม้เคส iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max จะใส่ด้วยกันไม่ได้ แต่ฟิล์มหน้าจอและฟิล์มกระจกกันรอยหน้าจอสามารถใส่ด้วยกันได้นะ! เพียงแค่ต้องเลือกให้ตรงรุ่นเท่านั้นเอง โดยจะมีรายละเอียดของการเลือกฟิล์มหน้าจอและฟิล์มกระจกกันรอยหน้าจอในรุ่นต่าง ๆ ดังนี้… ▪️ ขนาดจอภาพของ iPhone 13 และ iPhone 14 รวมถึง iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro ถึงแม้บริเวณหน้าจอบน iPhone 14 Pro จะมี Dynamic Island ไม่เหมือนกับiPhone 14, iPhone 13 และ iPhone 13 Pro แต่จอภาพ OLED ทั้งหน้าจอของทั้ง 4 รุ่น มีขนาด 6.1 นิ้ว (แนวทแยง) เท่ากัน สามารถใช้ฟิล์มหน้าจอและฟิล์มกระจกกันรอยร่วมกันได้ เพราะมีตำแหน่งของลำโพงด้านบนที่เท่ากัน ▪️ ขนาดจอภาพของ iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ถึงแม้ใน iPhone 14 Pro Max จะมี Dynamic Island ที่แตกต่างกับรอยบากของ iPhone 13 Pro Max แต่ขนาดจอภาพ OLED ของทั้ง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max มีขนาด 6.7 นิ้ว (แนวทแยง) เท่ากัน ซึ่งหมายความว่าด้วยขนาดที่เท่ากันสามารถใช้ฟิล์มหน้าจอและฟิล์มกระจกกันรอยร่วมกันได้ เพราะมีตำแหน่งของลำโพงด้านบนหน้าจอที่เท่ากัน นอกจากจะสามารถคลายข้อสงสัยในเรื่องของเคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม และฟิล์มโทรศัพท์ iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ได้แล้วนั้น จากทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า เคสโทรศัพท์ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max ไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ แต่หากเป็นอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อย่างฟิล์มกันรอย, สายชาร์จ Lightning, หูฟังแบบเสียบสายพอร์ต Lightning รวมถึงการชาร์จไร้สายแน่นอนว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้ ยกเว้นหากใช้เคสที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ดังนั้นอย่าลืมเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ให้ตรงรุ่นของโทรศัพท์ที่ใช้งานกันด้วย ซึ่งหากใครกำลังมองหาเคสที่พอดีสำหรับ iPhone 13 และ iPhone 14, iPhone 13 Pro และ iPhone 14 Pro รวมถึง iPhone 13 Pro Max และ iPhone 14 Pro Max หรือจะเป็น รุ่นอื่น ๆ รวมถึงฟิล์มโทรศัพท์มือถือที่สามารถให้การปกป้องโทรศัพท์มือถือได้อย่างครอบคลุม ที่ RHINOSHIELD ของเรา มาพร้อมผลิตภัณฑ์เคสกันกระแทกที่โดดเด่นในเรื่องของวัสดุที่ดูดซับแรงกระแทกได้ดี จากเทคโนโลยี ShockSpread ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ รวมถึงยังมีอุปกรณ์เสริม อย่าง ฟิล์มกันรอยหน้าจอที่สามารถช่วยปกป้องโทรศัพท์จากการตกหล่น การกระแทก และรอยขีดข่วน ได้เป็นอย่างดี ✔ เคสกันกระแทก RHINOSHIELD ออกแบบให้ได้รับการปกป้องตัวเครื่องอย่างเต็มที่ให้การปกป้องระดับ Military Standard แข็งแกร่งทนทานด้วย ShockSpread วัสดุกันกระแทกสูง เอกสิทธิ์เฉพาะ RHINOSHIELD ▪️ SolidSuit - เคสปกป้องรอบตัวเครื่องผลิตจากวัสดุยั่งยืน TPE ตัวเคสเป็นผิวเรียบลื่น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทนทานต่อความสกปรกและคราบมันต่าง ๆ ▪️ Clear - เคสใสกันกระแทกเป็นเคสใสที่ไม่เหลืองง่าย รับประกันคุณภาพในการป้องกันการเกิดเคสเหลืองได้อย่างน้อย 5 ปี ▪️ Mod NX - เคส Bumper พร้อมแผ่นด้านหลัง ที่ปรับแต่งได้ 2 โหมด 2 สไตล์ กันกระแทกอย่างดี ▪️ CrashGuard NX - เคส Bumper กันกระแทก บางเบา ระบายความร้อนได้ดี แยกชิ้นส่วน ✔ ฟิล์มกันรอย RHINOSHIELD ออกแบบมาให้ติดได้ง่ายและให้การปกป้องสูงสุดกับหน้าจอโทรศัพท์ โดยไม่ส่งผลต่อความไวในการสัมผัส ▪️ Impact Protector - ฟิล์มกันรอยหน้าจอบางเทียบเท่ากับกระดาษสามแผ่น วัสดุ Shockspread ทนทานต่อแรงกระแทกมากกว่า 3 เท่า * เฉพาะ iPhone ที่มีให้เลือกแบบใส, แบบด้าน และแบบกันมอง ▪️ ฟิล์มกระจกนิรภัยกันรอย 9H - ฟิล์มกระจกที่มีความแข็งแกร่งระดับ 9H ทนต่อรอยขีดข่วนสูง ขอบโค้ง 3D แบบเต็มจอ ▪️ ฟิล์มป้องกันเลนส์กล้อง - ช่วยป้องกันเลนส์กล้องจากการกระแทกได้เช่นกัน ซึ่งสำหรับอุปกรณ์ iPhone จะเป็นฟิล์มกระจกนิรภัย 9H พร้อมกรอบขอบอลูมิเนียม ส่วนอุปกรณ์ Android จะเป็นฟิล์มโพลิเมอร์เอกสิทธิ์เฉพาะของ RHINOSHIELD (อุปกรณ์ Android) โดยรวมแล้ว RHINOSHIELD เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาเคสโทรศัพท์หรือฟิล์มกันรอยหน้าจอคุณภาพสูงและทนทานที่ให้การปกป้องสูงสุด เนื่องจากรุ่นของโทรศัพท์และสไตล์ที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์รุ่นไหนก็ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดี สำหรับบทความนี้ หลาย ๆ คนคงจะสามารถคลายข้อสงสัยของคำถามที่ว่า เคส iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? รวมถึงเรื่องของฟิล์มโทรศัพท์ iPhone 13 กับ 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม…? ได้อย่างกระจ่างแล้วอย่างแน่นอน เพราะเราได้รวบรวมคำตอบแบบเจาะลึกของคำถามที่ว่าเคสไอโฟน 13 ใส่กับ 14 ได้ไหม พร้อมกับเรื่องของฟิล์มโทรศัพท์ iPhone 13 กับ iPhone 14 ใส่ด้วยกันได้ไหม มาไว้แล้วที่บทความนี้ ซึ่งสามารถสรุปสั้น ๆ ได้ว่าเคสไม่สามารถใส่ด้วยกันได้ ส่วนฟิล์มกันรอย และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สามารถใส่ด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องเลือกให้ตรงรุ่นแค่นั้นเอง โดยครั้งหน้า RHINOSHIELD จะมาพร้อมบทความที่น่าสนใจในเรื่องไหนอีกนั้น อย่าลืมติดตามกันได้ที่เว็บไซต์ของเราอย่างเป็นทางการของ RHINOSHIELD
อ่านเพิ่มเติม